สหรัฐ ชี้แจง UNSC ปฏิบัติการในเวเนซุเอลาทำเฉพาะจุด -เลขาUN เร่งเจรจา

06 มกราคม 2569, 11:06น.


          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มกราคม ตามเวลาในนครนิวยอร์ก คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ได้เปิดประชุมฉุกเฉินต่อกรณีการการบุกจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นปฏบัติการช็อกโลก เนื่องจากเป็นการส่งทหารเข้าไปโจมตีเมืองหลวงของอีกประเทศหนึ่งและจับกุมประมุขแห่งรัฐ ภายใต้การสั่งการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์



          การหารือดังกล่าวมีขึ้นไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่มาดูโรจะถูกนำตัวไปขึ้นศาลรัฐบาลกลางในแมนฮัตตันในข้อหายาเสพติด ซึ่งมาดูโร ปฎิเสธว่า เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมใดๆ



          อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ แสดงความกังวลถึงความเสี่ยงที่ความไม่มั่นคงในเวเนซุเอลาจะทวีความรุนแรงขึ้นในแถลงการณ์ ซึ่งโรสแมรี ดิการ์โล หัวหน้าฝ่ายกิจการการเมืองของสหประชาชาติกล่าวต่อที่ประชุมว่า มีความกังวลอย่างยิ่งต่อความเป็นไปได้ที่ความไม่มั่นคงภายในประเทศจะทวีความรุนแรงขึ้น ผลกระทบที่อาจเกิดกับทั้งภูมิภาค และบรรทัดฐานที่อาจเกิดขึ้นต่อวิธีการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างที่รัฐต่างๆ”



          กูเตอร์เรสยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในเวเนซุเอลาเข้าร่วมการเจรจาที่ครอบคลุมและเป็นประชาธิปไตย พร้อมกล่าวเสริมว่า เขายินดีและพร้อมที่จะสนับสนุนทุกความพยายาม ที่มุ่งช่วยเหลือชาวเวเนซุเอลาในการหาทางออกโดยสันติวิธี



          เลขาธิการสหประชาชาติยังแสดงความกังวลว่า ปฏิบัติการของสหรัฐในการจับกุม มาดูโรที่กรุงการากัสเมื่อวันเสาร์ อาจไม่เคารพกฎของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยกฎบัตรสหประชาชาติระบุว่า ประเทศสมาชิกพึงงดเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลัง ต่อบูรณภาพแห่งดินแดนหรือเอกราชทางการเมืองของรัฐใดๆ



          อย่างไรก็ตาม คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ไม่อาจดำเนินการเอาผิดสหรัฐต่อการกระทำดังกล่าว เพราะสหรัฐเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอำนาจใช้สิทธิยับยั้ง (วีโต) ร่วมกับรัสเซีย จีน อังกฤษ และฝรั่งเศส จึงสามารถขัดขวางการดำเนินการใดๆ ของคณะมนตรีความมั่นคงได้



          นายไมค์ วอลต์ซ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า สหรัฐได้ดำเนินการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายที่แม่นยำเฉพาะจุดอ้างอิงมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งระบุว่า “ไม่มีสิ่งใดจะกระทบต่อสิทธิโดยธรรมชาติในการป้องกันตนเอง ไม่ว่าจะโดยลำพังหรือร่วมกัน หากเกิดการโจมตีด้วยกำลังอาวุธต่อประเทศสมาชิกของสหประชาชาติ”โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐต่อผู้หลบหนีความยุติธรรมของสหรัฐ 2 รายที่ถูกตั้งข้อหาแล้ว ซึ่งหมายถึงมาดูโรและภรรยาของเขา ซิเลีย ฟลอเรส



          ด้านซามูเอล มอนคาดา เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรเวเนซุเอลาประจำสหประชาชาติ เรียกปฏิบัติการของสหรัฐในการจับกุมมาดูโรว่า เป็นการโจมตีด้วยกำลังอาวุธที่ไร้ความชอบธรรมและขาดเหตุผลทางกฎหมายใดๆ พร้อมย้ำต่อที่ประชุมว่า สถาบันต่างๆ ของรัฐเวเนซุเอลายังคงทำงานตามปกติ ระเบียบรัฐธรรมนูญยังได้รับการธำรงไว้ และรัฐยังคงควบคุมอธิปไตยเหนือดินแดนทั้งหมดของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ



          ขณะที่รัสเซีย จีน และโคลอมเบีย ประณามปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐว่าผิดกฎหมาย ขณะที่สมาชิกยูเอ็นเอสซีประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้วิจารณ์สหรัฐโดยตรง แต่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ



 

ข่าวทั้งหมด

X