ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ดีดตัวขึ้นกว่า 1 ดอลลาร์ หลังจากที่ร่วงลงกว่า 1 ดอลลาร์ในช่วงแรก ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากนักลงทุนซึมซับข่าวสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลา และจับกุมตัวประธานาธิบดีพร้อมภรรยา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมเวเนซุเอลาและมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่มีต่อน้ำมันเวเนซุเอลาทั้งหมดจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ทรัมป์ประกาศว่าบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ จะเข้าไปขุดเจาะแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
สัญญาน้ำมันดิบ เวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์ก ปิดบวกในวันจันทร์ (5 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนประเมินว่าการไหลเวียนของน้ำมันดิบ จากเวเนซุเอลา จะได้รับผลกระทบมากเพียงใด หลังจากสหรัฐ ใช้ปฏิบัติการทางทหารและจับกุมตัวนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1.74% ปิดที่ 58.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.01 ดอลลาร์ หรือ 1.66% ปิดที่ 61.76 ดอลลาร์/บาร์เรล
แหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้บริหารในแวดวงอุตสาหกรรมน้ำมัน 4 รายเปิดเผยว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่ได้ปรึกษาหารือกับบริษัทน้ำมันอย่างเอ็กซอน โมบิล (Exxon Mobil), โคโนโคฟิลลิปส์ (ConocoPhillips) หรือ เชฟรอน (Chevron) เกี่ยวกับเวเนซุเอลา ทั้งก่อนและหลังจากที่กองกำลังทหารสหรัฐฯ ได้จับกุมตัวมาดูโร
รัฐบาลทรัมป์มีแผนที่จะจัดการประชุมกับบรรดาผู้บริหารบริษัทน้ำมันในสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ดี หนึ่งในผู้บริหารเหล่านี้เปิดเผยกับสื่อว่า เขาไม่คิดว่าจะมีบริษัทอื่นใดนอกจากเชฟรอน ที่จะเข้าไปลงทุนในเวเนซุเอลา ทั้งนี้ เชฟรอนเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่เพียงรายเดียวของสหรัฐฯ ที่ยังคงดำเนินงานอยู่ในเวเนซุเอลา และมีการส่งออกน้ำมันราว 140,000 บาร์เรล/วัน ณ สิ้นไตรมาส 4 ของปี 2568
นักวิเคราะห์ได้ประเมินท่าทีของเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลาซึ่งประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าจะให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ โดย คาดการณ์ว่า การโจมตีเรือและการปิดล้อมเรือของเวเนซุเอลาจะถูกยกเลิก และในที่สุดมาตรการคว่ำบาตรก็จะถูกยกเลิก ซึ่งจะทำให้น้ำมันจำนวนมากของเวเนซุเอลาสามารถเข้าสู่ตลาดได้ ขณะเดียวกันเขามองว่าเวเนซุเอลาอาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งกว่าที่จะเพิ่มกำลังการผลิตได้
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ได้จัดการประชุมทางออนไลน์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (4 ม.ค.) โดยที่ประชุมมีมติคงกำลังการผลิตน้ำมันในไตรมาส 1/2569 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด โดยการประชุมครั้งนี้ใช้เวลาไม่นาน และที่ประชุมได้หลีกเลี่ยงการหารือเกี่ยวกับวิกฤตทางการเมืองที่สมาชิกหลายประเทศกำลังเผชิญอยู่
หุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ (5 ม.ค.) โดยหุ้นแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากปัจจัยสหรัฐคุมตัว ผู้นำเวเนซุเอลา
+++ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,977.18 จุด เพิ่มขึ้น 594.79 จุด
+++ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,902.05 จุด เพิ่มขึ้น 43.58 จุด
+++ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,395.82 จุด เพิ่มขึ้น 160.19 จุด
ส่วนราคาทองโคเม็กซ์ปิดตลาด ปรับตัวลดลง 10.68 ดอลลาร์ อยู่ที่ 4,438.70 ดอลลาร์สหรัฐ
#ทรัมป์รุกรานเวเนซุเอลา
#น้ำมันตลาดโลก