ปฏิบัติการจับกุมนิโกลัส มาดูโร ซึ่งใช้รหัสว่า Operation Absolute Resolve ถูกวางแผนมาหลายเดือน โดยมีทีมแกนหลักที่ประกอบด้วย สตีเฟน มิลเลอร์, มาร์โก รูบิโอ, พีท เฮกเซธ และผู้อำนวยการ CIA จอห์น แรตคลิฟฟ์ เข้าประชุมกับประธานาธิบดีทรัมป์อย่างสม่ำเสมอ
หน่วย Delta Force สร้างแบบจำลองที่พักลับของมาดูโรขึ้นมาเหมือนจริงทุกจุด และซ้อมบุกเข้าจู่โจมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
CIA ส่งทีมขนาดเล็กเข้าไปปฏิบัติงานภาคพื้นในเวเนซุเอลาตั้งแต่เดือนสิงหาคม เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของมาดูโรอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังมีแหล่งข่าวระดับวงในที่ใกล้ชิดกับมาดูโร ซึ่งสามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้ทันทีเมื่อปฏิบัติการเริ่มต้น
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เคลื่อนกำลังรบขนาดใหญ่เข้าสู่ทะเลแคริบเบียนอย่างเงียบ ๆ ทั้งเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือรบ 11 ลำ เครื่องบิน F-35 กว่าสิบลำ เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง โดรน และเครื่องบินรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์
ทหารกว่า 15,000 นายถูกส่งเข้าพื้นที่ โดยอำพรางภารกิจในชื่อปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ทรัมป์อนุมัติภารกิจเมื่อ 4 วันก่อน แต่ฝ่ายทหารขอให้รอจังหวะอากาศที่ดีกว่าและเมฆน้อยลง เมื่อคืนวาน เวลา 22:46 น. (EST) เขาให้ไฟเขียวขั้นสุดท้าย เครื่องบินมากกว่า 150 ลำ ทะยานขึ้นจากฐานทัพ 20 แห่งทั่วซีกโลกตะวันตก รวมถึง F-35, F-22 และเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 เข้าโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศรอบกรุงการากัส
ทรัมป์ติดตามภาพถ่ายทอดสดจากมาร์-อา-ลาโก ขณะหน่วยรบพิเศษบินต่ำเข้าสู่เมืองหลวงท่ามกลางการยิงตอบโต้หนัก
เมื่อบุกเข้าไปถึง “ป้อมปราการ” ของมาดูโร เขาพยายามหนีเข้าห้องนิรภัย แต่ถูกจู่โจมอย่างรวดเร็วจน “ไม่มีโอกาสแม้แต่จะปิดประตู”มาดูโรและภรรยายอมจำนนต่อหน่วยรบพิเศษและเจ้าหน้าที่ FBI ภายในอาคาร ระหว่างถอนกำลังออกจากน่านฟ้าเวเนซุเอลา เกิดการปะทะหลายจุด เวลา 03:20 น. เฮลิคอปเตอร์ออกสู่ทะเล โดยมาดูโรถูกปิดตาและใส่กุญแจมือ
ข่าวทั้งหมด