หลังมีการเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีลักษณะคล้ายประติมากรรมทางศาสนา ในพื้นที่ใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ขอชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวมิได้มีเจตนาเกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อ หรือการดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ แต่เป็นการดำเนินการด้านการบริหารจัดการพื้นที่และความมั่นคง ภายหลังจากฝ่ายไทยสามารถกลับเข้าควบคุมพื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตที่ประเทศไทยยืนยันสิทธิอธิปไตย
สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นโครงสร้างที่ถูกติดตั้งขึ้นภายหลัง และไม่ได้เป็น ศาสนสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ การดำเนินการจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันการควบคุมพื้นที่ ลดความเสี่ยงของความเข้าใจคลาดเคลื่อน และป้องกันไม่ให้เกิดการใช้สัญลักษณ์ที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดเพิ่มเติม
ประเทศไทยให้ความเคารพต่อทุกศาสนาและทุกความเชื่ออย่างเท่าเทียม รวมถึงศาสนาฮินดู ซึ่งมีความผูกพันทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกับประเทศในภูมิภาคมาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งตระหนักถึงความรู้สึกของประชาชนและผู้ที่นับถือศาสนาทั่วโลก และขอแสดงความเสียใจหากเหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความไม่สบายใจอันเนื่องมาจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ขอเน้นย้ำว่า ประเทศไทยยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี การใช้การทูต และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดี ลดความขัดแย้ง และรักษาบรรยากาศแห่งมิตรภาพระหว่างประเทศและประชาชนของทั้งสองฝ่าย
สำหรับจุดดังกล่าวคือ รูปปั้นเทพเจ้า ตามความเชื่อแบบฮินดู ที่เขมรสร้างไว้ บริเวณ คาสิโน ในพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย (MEA) โดยรันธีร์ ไจสวาล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย กล่าวในแถลงการณ์ว่า “เราได้รับรายงานเกี่ยวกับการทำลายรูปปั้นเทพเจ้าฮินดู ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังดำเนินอยู่ เทพเจ้าฮินดูและพุทธได้รับการเคารพและบูชาอย่างลึกซึ้งจากประชาชนทั่วทั้งภูมิภาค ในฐานะส่วนหนึ่งของมรดกทางอารยธรรมร่วมกันของเรา”
มีรายงานว่า รูปปั้นพระวิษณุดังกล่าวถูกสร้างขึ้นในปี 2557 ขณะที่สื่ออินเดียระบุว่า ขณะนี้ประชาชนชาวอินเดียจำนวนหนึ่งที่ได้เห็นวิดีโอการทำลายรูปปั้นพระวิษณุกำลังไม่พอใจอย่างมาก
ข่าวทั้งหมด