ไทยประณาม กัมพูชา ใช้เด็กและผู้หญิงเป็นโล่มนุษย์

22 ธันวาคม 2568, 07:28น.


          ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา แถลงต่อกรณีปรากฏข้อมูลการนำพลเรือนเข้าอยู่ในบังเกอร์ทางทหารของกัมพูชา นั้นว่า ฝ่ายไทยได้รับข้อมูลและหลักฐานจากแหล่งข่าวเปิด (OSINT) และการตรวจสอบภาคสนามว่า มีกำลังทหารกัมพูชาบางส่วนได้นำภรรยาและบุตร ซึ่งเป็นพลเรือน เข้าไปอาศัยอยู่ภายในบังเกอร์และพื้นที่ทางทหาร ขณะมีการสู้รบในแนวหน้า ส่วน การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการใช้ “โล่มนุษย์ (Human Shields)” หรือไม่



           ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ระบุว่า ประเทศไทยไม่ต้องการใช้ถ้อยคำกล่าวหาเชิงอารมณ์ แต่ขอชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงในสนามรบว่า พฤติการณ์ในการนำพลเรือน โดยเฉพาะสตรีและเด็ก เข้าไปอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารเช่นนี้ ถือเป็นการนำผู้บริสุทธิ์มาเสี่ยงอันตรายเพื่อหวังผลในการป้องกันเป้าหมายทางทหาร และเข้าข่ายการละเมิดหลักการคุ้มครองพลเรือนตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศซึ่งการมีพลเรือนอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร ไม่ถือว่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศโดยตัวของมันเอง อย่างไรก็ดี การกระทำจะขัดต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) อย่างชัดเจน



          หากเป็นการจงใจใช้พลเรือนเพื่อประโยชน์ทางทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 (1949) มาตรา 28 ซึ่งห้ามมิให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้การปรากฏตัวของพลเรือนเพื่อทำให้พื้นที่หรือเป้าหมายทางทหารรอดพ้นจากการปฏิบัติการทางทหาร และพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 1 (1977) มาตรา 51 วรรค 7 ซึ่งห้ามใช้พลเรือนเพื่อบดบังหรือคุ้มกันเป้าหมายทางทหาร และห้ามบังคับให้มีการเคลื่อนย้ายหรือจัดวางพลเรือนเพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางการทหาร



          “การกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมสงคราม ภายใต้ธรรมนูญกรุงโรมของศาลอาญาระหว่างประเทศ หากสามารถพิสูจน์ได้ว่า เป็นการจงใจ ใช้พลเรือน เป็นโล่มนุษย์(human shields)เพื่อคุ้มกันเป้าหมายหรือปฏิบัติการทางทหาร ”



          ทั้งนี้ ความผิดดังกล่าวอยู่ภายใต้มาตรา 8(2)หรือ 8(2)(e)ของธรรมนูญกรุงโรม“ฝ่ายไทยขอยืนยันว่าไทยยึดมั่นในหลักการคุ้มครองพลเรือน ตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศไทยไม่มีนโยบายหรือการกระทำใดที่มุ่งทำร้ายพลเรือน การนำพลเรือนเข้าสู่พื้นที่สู้รบเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายที่กระทำ และเป็นสิ่งที่ประชาคมโลกไม่อาจยอมรับได้”และ ฝ่ายไทยขอเรียกร้องให้กองทัพกัมพูชายุติการนำพลเรือนเข้าสู่พื้นที่ทางทหารโดยทันที ปฏิบัติตามพันธกรณีด้านกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด และคุ้มครองสตรี เด็ก และพลเรือน ให้พ้นจากอันตรายของการสู้รบ



          “พลเรือนไม่ใช่อาวุธ และเด็กไม่ควรถูกนำมาอยู่ในสนามรบ การนำพลเรือนเข้าไปอยู่ใน พื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร เพื่อทำให้พื้นที่หรือเป้าหมายทางทหารรอดพ้นจากการปฏิบัติการทางทหาร ถือเป็นสิ่งที่ขัดต่อมนุษยธรรมและกฎหมายสากลอย่างสิ้นเชิง”



 

ข่าวทั้งหมด

X