กรณีเหตุคนร้ายพ่อลูกเชื้อสายอินเดีย คือนายซาจิด อัครัม อายุ 50 ปีและนายนาวีด อัครัม อายุ 24 ปีก่อเหตุกราดยิงที่หาดบอนได รัฐนิวเซาท์เวลส์ เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ 14 ธ.ค.68 ขณะที่กลุ่มชาวยิวกำลังร่วมงานเฉลิมฉลองเทศกาลฮานุกกะห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 รายและมีผู้บาดเจ็บ 40 คน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี ซึ่งตำรวจออสเตรเลีย เชื่อว่า คนร้ายทั้งสองรายฝักใฝ่แนวคิดหัวรุนแรงของกลุ่มรัฐอิสลาม(เอไอส) ของอิรักและซีเรีย นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ของออสเตรเลีย พร้อมนางคริสซี บาร์เร็ตต์ ผู้บัญชาการตำรวจออสเตรเลียแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงแคนเบอร์ราในวันนี้ (19 ธ.ค.)ว่า รัฐบาลออสเตรเลียจัดโครงการรับซื้อปืนจากประชาชนที่มีใบอนุญาตครอบครองปืน
นายอัลบาเนซี เชื่อว่า ในปัจจุบัน มีปืนกว่า 4 ล้านกระบอกกระจายอยู่ในชุมชนต่างๆทั่วประเทศ และทราบจากการสอบสวนตำรวจว่า คนร้ายที่เป็นพ่อคือ นายซาจิด มีใบอนุญาตครองครองปืนอย่างถูกต้อง และมีปืนมากถึง 6 กระบอก แม้ว่าคนร้ายจะอาศัยอยู่ในย่านใจกลางชุมชนในนครซิดนีย์ ซึ่งไม่น่าจะเหตุที่คนทั่วไปจะมีปืนในครองครอบมากมายเช่นนั้น สอดคล้องกับผู้บัญชาการตำรวจออสเตรเลีย เชื่อว่า โครงการรับซื้อปืนจากประชาชนจะเป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยลดเหตุรุนแรงจากการใช้ปืนในสังคมออสเตรเลีย
สำหรับโครงการนี้ จะรับซื้อปืนส่วนที่มากเกินความจำเป็นต้องใช้,ปืนที่ห้ามคนทั่วไปใช้ ตลอดถึงปืนเถื่อน สำหรับงบประมาณในโครงการนี้จะร่วมกันจ่ายในสัดส่วน 50 ต่อ 50 ระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลของแต่ละรัฐ คาดว่าโครงการนี้จะสามารถรวบรวมอาวุธปืนหลายแสนกระบอกเพื่อนำไปทำลาย
ในการประชุมคณะรัฐมนตรี และผู้บริหารจากทุกรัฐและเขตปกครองของออสเตรเลียเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ประชุมเห็นพ้องให้ทุกรัฐจัดทำมาตรการที่คุมเข้มมากขึ้นในเรื่องการควบครองปืน เช่น การจำกัดจำนวนปืนที่แต่ละคนสามารถซื้อมาไว้ใช้ป้องกันตัว การยกเลิกข้อกำหนดเรื่องการออกใบอนุญาตปืนแบบตลอดชีพ การจำกัดประเภทของปืนที่ถูกกฎหมายและการกำหนดให้บุคคลที่ขออาวุธครอบครองอาวุธปืนต้องมีสัญชาติออสเตรเลียเท่านั้น
...
#ออสเตรเลีย
#โครงการรับซื้อปืนเถื่อน
ข่าวทั้งหมด