จังหวัดสงขลาอัพเดทสถานการณ์น้ำท่วมในวันนี้ 30 พ.ย. 68 หลังประสบอุทกภัยรุนแรงจากอิทธิพลร่องมรสุมและมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือฝ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นมา โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา รายงานข้อมูล ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ว่า สถานการณ์ได้ส่งผลกระทบครอบคลุม 16 อำเภอ 127 ตำบล 992 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 1.3 ล้านคน ต้องอพยพ 42,472 คน และมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว 131 ราย ขณะเดียวกันหลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระที่ระดับน้ำยังสูงและทรงตัว
อำเภอหาดใหญ่ ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีผู้ประสบภัยกว่า 243,000 คน และผู้อพยพกว่า 12,800 คน จังหวัดได้จัดตั้งศูนย์พักพิง 24 แห่ง พร้อมจัดระบบดูแลผู้ประสบภัยในสถานศึกษา วัด และศูนย์เด็กเล็ก รวมถึงสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพจำนวนมาก โดยมีโรงครัวพระราชทานและโรงครัวสนามทหารผลิตอาหารรวมวันละหลายหมื่นกล่อง
ด้านการช่วยเหลือและฟื้นฟู กองกำลังทัพภาคที่ 4 พร้อมหน่วยงานภาครัฐระดมกำลังกว่า 650 นาย รถบรรทุก รถยกสูง เรือท้องแบน อากาศยาน รวมถึงทีมแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สามารถขนย้ายขยะได้แล้วกว่า 8,000 ตัน แจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มสะสมกว่า 240,000 ชุด พร้อมจัดกำลังลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลทรัพย์สินของประชาชน
ส่วนความเสียหายด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 17 หลัง เสียหายบางส่วนกว่า 1,100 หลัง โรงเรียน วัด มัสยิด ถนน และสะพานหลายร้อยแห่งได้รับความเสียหาย ด้านการสื่อสารและประปาบางพื้นที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ โดยระบบโทรคมนาคมเปิดให้บริการได้ประมาณ 70% ขณะที่การจ่ายน้ำประปาฟื้นฟูได้ราว 35%
สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ช่วงวันที่ 29 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม คาดว่าฝนจะลดลงและเป็นเพียงฝนตามฤดูกาล ระดับน้ำในเขตเมืองหาดใหญ่ลดลงจนเกือบเข้าสู่ปกติ เว้น พื้นที่อุโมงค์ศรีภูวนาถที่ยังคงท่วมสูง จังหวัดยังคงเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งฟื้นฟูและให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์หลังน้ำลดในหลายพื้นที่ของอำเภอหาดใหญ่ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะ “ฝุ่นโคลน” ที่เกิดจากดินและเศษตะกอนที่แห้งตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลายเป็นละอองลอยฟุ้งกระจายไปทั่วเมือง ส่งผลให้คุณภาพอากาศแย่ลงอย่างชัดเจน และเสี่ยงทำให้ประชาชนเจ็บป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจัหวัดได้แจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำว่า ก่อนออกจากบ้านควรสวมหน้ากากทุกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากฝุ่นที่อาจทำให้เกิดอาการไอ ระคายคอ หอบ หรือกระตุ้นโรคหืดในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง
นอกจากนี้ ทีมสาธารณสุขยังลงสำรวจบ้านเรือน ติดตามสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโรคที่มักพบหลังน้ำท่วม ทั้งโรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินอาหาร รวมถึงผลกระทบด้านสุขภาพจิตจากความเครียดที่อาจสะสมในช่วงฟื้นฟู ยืนยันจะเดินหน้าดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์ในพื้นที่จะกลับสู่ภาวะปกติ พร้อมเร่งรัดมาตรการลดฝุ่น เพื่อให้ชาวสงขลากลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง
ข่าวทั้งหมด