เจรจาเมียนมาไม่เป็นผล! นักวิชาการกังวล สารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกก เชียงราย

วันนี้, 12:43น.


          ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โพสต์ข้อความ Sonthi Kotchawat เตือนปัญหา สารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย ภัยร้ายที่แก้ไขยาก ขณะที่น้ำท่วมซ้ำซาก!



1. การเจรจากับประเทศเมียนมาไม่เป็นผล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการเจรจากับฝั่งเมียน มาร์ เมื่อวันที่ 3 กค.2568 มีความเห็นของรัฐบาลเมียนมาคือ



1.1.เมียนมามองว่าการปนเปื้อนสารหนูอาจมาจากธรรมชาติ สารหนูเป็นแร่ธาตุที่มีอยู่แล้วในดินตามธรรมชาติ การชะล้างหน้าดินจากน้ำฝนทั้งในพื้นที่เมียนมาหรือจากพื้นที่ของไทยที่เป็นพื้น ที่ป่าเขา มีฝนตกหนักอยู่แล้วและมีกิจ กรรมเปิดหน้าดินเพื่อทำการเกษตรของทั้งสองประเทศก็อาจเป็นสาเหตที่ทำให้สารหนูชะลงแหล่งน้ำ



1.2.พื้นที่ที่เป็นเขตรัฐฉานไม่มีกิจกรรมการทำเหมืองแร่ที่ขึ้นทะเบียนและได้รับการอนุญาตจากรัฐบาล และตามข้อกำหนดการทำเหมืองแร่ที่รัฐบาลได้กำ หนดไว้ต้องมีการจัดทำรายงานการประ เมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (Environmental Impact Assess ment : EIA)และโครงการเหมืองแร่ต้องอยู่ห่างจากริมแม่น้ำไม่น้อยกว่า 300 เมตร อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อนุ รักษ์ไม่สามารถทำเหมืองแร่ได้ โดยเมียนมาได้มีการประสานหารือกับผู้แทนรัฐฉานเพื่อให้มีการกำกับดูแลประเด็นดังกล่าวแล้ว



1.3.ผลการตรวจสอบข้อมูลคุณภาพน้ำ ผิวดินในฝั่งเมียนมาเมื่อ เดือนมิถุนายน 2568 จำนวน 3 จุด สารหนูมีค่าไม่เกินมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินแห่งชาติ (ค่ามาตรฐานสำหรับสุขภาพมนุษย์ กำ หนดสารหนู (As) มีค่าไม่เกินกว่า 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร) โดยจุดที่ 1 บริเวณต้นแม่น้ำกก สารหนูมีค่า 0.026 มก.ต่อ ล.จุดที่ 2มีค่า 0.012มก.ต่อลและจุดที่ 3 ใกล้ชายแดนไทยมีค่า 0.013มก.ต่อล. และจะมีการตรวจสอบเป็นระยะต่อเนื่องต่อไป (มาตรฐานสารหนูในแหล่ง น้ำผิวดิน ของประเทศไทยกำหนดไว้ต้องไม่เกิน 0.01 มก. ต่อ ล.)



1.4.เมียนมาเน้นว่าไม่มีการอนุญาตให้ทำเหมืองในพื้นที่แม่น้ำกก ซึ่งหากมีการทำเหมืองตามที่ไทยกล่าวอ้างจริง จะเป็นเหมืองที่ผิดกฎหมายและไม่ได้รับอนุญาตจากเมียนมา ทำให้เมียนมาไม่สามารถกำกับดูแลการประกอบการและควบคุมได้ เมียนมาจึงมีข้อเสนอว่าให้ฝ่ายไทยควบคุมการส่งออกสารเคมีที่ใช้ในการทำเหมืองจากไทยไปเมียน มาเพื่อให้เหมืองผิดกฎหมายเหล่านี้ไม่สา มารถประกอบการได้ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาการทำเหมือง



2.ประเทศไทยไม่สามารถนำภาพถ่ายดาวเทียมของไทยไปใช้ประกอบการเจรจาได้ เนื่องจากพื้นที่ที่คาดว่าเป็นเหมืองแร่ดังกล่าวอยู่ในเขตเมียนมา การแสดงภาพถ่ายดาวเทียมโดยหน่วยงานรัฐของไทยเป็นผู้ดำเนินการ อาจกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเป็นประเด็นความมั่นคงของเมียนมาและอาจถือว่าไทยได้ทำการการสอดแนมหรือจารกรรมข้อมูลของเมียนมาได้



3.ประเทศไทยคงต้องใช้เวทีอาเซี่ยนในการเจรจาโดยใช้เวทีความตกลงอาเซียนว่า ด้วยการจัดการภัยพิบัติ และ การตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน (ASEAN AGREEMENT ON DISASTER MANAGEMENT AND EMERGENCY RESPONSE)ในการหารือ



4.อาเซียนยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับมล พิษข้ามแดนเหมือนในสหภาพยุโรป ที่มี EU transboundary pollution law ทำให้สามารถแก้ไขปัญหามลพิษข้ามประเทศได้ ดังนั้นจึงควรผลักดันให้เกิดกฎหมายมลพิษข้ามแดนระหว่างประ เทศในกลุ่มอาเซียนต่อไป



5. ขณะที่ยังไม่สามารถจัดการหรือระ งับการปล่อยสารหนูจากต้นทางได้จึงมีความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องหามาตรการป้องกันหรือลดหรือบรรเทา ให้สารหนูปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงให้น้อยที่สุด เช่น การจัดทำฝายชะลอน้ำชั่วคราวที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศน้อยที่สุดหลายๆจุด และนำตะกอนที่ปนเปื้อนสารหนูไปจัดการอย่างปลอด ภัยเพื่อไม่ให้สารหนูปนเปื้อนแพร่กระ จายมากยิ่งขึ้น



 



#สารหนู



#แม่น้ำกก



 

ข่าวทั้งหมด

X