สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาพลตรีวินธัย สุวารี โฆษก ทบ. แถลงว่า ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 ยังต้องเฝ้าระวัง และกำลังพลยังคงมีความพร้อมในการรักษาอธิปไตย ไม่ต่างกับห้วงที่ผ่านมา แต่ในห้วงนี้ ในพื้นที่ที่อยู่ในการควบคุม ยังมีการลักษณะในการลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิด หลังจากมีข้อตกลงหยุดยิง ยังคงมีการใช้อาวุธทำร้ายฝ่ายไทย 3 ครั้ง
ทั้งนี้ ในการลาดตระเวน แม้จะเป็นพื้นที่ที่เราควบคุมได้ แต่ก็ยังต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะงานด้านการข่าวยังพบว่าฝ่ายกัมพูชายังลอบเข้าพื้นที่เพื่อมาทำร้ายฝ่ายไทยด้วยการลอบวางทุ่นระเบิด
นอกจากนี้ ยังมีการคุกคามด้วยการใช้โดรน อยู่ แต่มีความหนาแน่นน้อยลง อละมีการ บิดเบือนข้อมูล
เมื่อถามว่า คำสั่ง แม่ทัพภาค2 อนุมัติให้ยิงตอบโต้ทันที หากพบทหารกัมพูชา รุกล้ำเข้ามาวางระเบิด จะสามารถป้องปรามได้หรือไม่ และเป็นไปได้หรือไม่ จะเกิดการยิงสวนกลับมา ทำให้สถานการณ์บานปลาย พลตรี วินธัย กล่าวว่า ถือว่าอยู่ในเรื่องของกฎการใช้กำลังหรือกฎการปะทะ เนื่องจากมีความชัดเจน ว่าทหารกัมพูชาเข้ามาเพื่อคุกคาม ชีวิต ทำอันตรายต่อทหารไทย เพราะฉะนั้นแนวทางในการป้องกันตัวสามารถทำได้อยู่แล้ว
พล.ต.วินทัย ยอมรับว่า หากฝ่ายไทยยิงตอบโต้ ก็มีโอกาส ที่ฝ่ายกัมพูชา จะยิงสวนกลับมา ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะ แต่หากมีการรุกล้ำ สิ่งบ่งชี้ทุกอย่างค่อนข้างชัดเจน เข้ามาเพื่อทำอันตรายกับทหารไทย เพราะฉะนั้นหลักของการป้องกันตัว เมื่อภัยคุกคามนั้นมาถึงที่กระทบต่อชีวิต หลักทั่วไปของสากล ก็สามารถทำได้
ส่วนจะถูกมองว่า ฝ่ายไทยละเมิดการหยุดยิงหรือไม่นั้น พลตรี วินธัย กล่าวว่า เราเคารพในข้อตกลงอยู่แล้ว อย่างเคร่งครัด และให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นการดำเนินการจากรัฐบาลสองประเทศ แต่ไม่ปิดโอกาสในการป้องกันตัวเอง เราต้องแยกกันให้ชัดเจน
#เขมรรุกรานไทย