กองทัพไทยเดินหน้าสร้างรั้วถาวรแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ป้องกันการรุกรานและเสริมความมั่นคง

วันนี้, 04:53น.


          พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ภายหลัง พลเอก มนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่สำรวจแนวชายแดนไทย–กัมพูชา (28 สิงหาคม 2568) บริเวณหลักเขตที่ 49 ต่อเนื่องถึงหลักเขตที่ 51 พื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อเตรียมดำเนินการก่อสร้างแนวรั้วชายแดนไทย–กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้เริ่มก่อสร้างแนวรั้วถาวรบริเวณหลักเขตที่ 50 ถึง 51 ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตแดน เพราะมีคลองพรหมโหด/แม่น้ำศรีโสภณเป็นแนวเขตแดนทางธรรมชาติ โดยมีแผนในการจัดสร้างรั้วถาวรระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร เป็นอันดับแรก



          สำหรับพื้นที่อื่น ๆ ที่ยังคงมีการอ้างสิทธิและยังไม่มีข้อยุติเรื่องเขตแดน จะดำเนินการสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราว โดยการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดน วางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดที่เหมาะสม เพื่อให้การเคลื่อนย้ายกำลัง การลาดตระเวนตรวจตรา และการควบคุมพื้นที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นปัญหาสำคัญ ทั้งการลักลอบเข้าเมือง การก่ออาชญากรรม รวมถึงขบวนการคอลเซ็นเตอร์และแก๊งสแกมเมอร์



          การดำเนินงานดังกล่าว ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแนวรั้วถาวรตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ที่จะมีบทบาทสำคัญต่อการป้องกันการรุกราน การสกัดกั้นปัญหาความมั่นคง และการเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีต่อประชาชนในพื้นที่และประเทศโดยรวม



          ทั้งนี้ หากได้รับการเห็นชอบจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองทัพไทยจะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ทันที โดยไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ และมั่นใจว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พร้อมกันนี้ กองทัพไทยจะเร่งสร้างความเข้าใจร่วมกับประชาชนในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบบางส่วน โดยเชื่อมั่นว่าประชาชนจะร่วมมือและเสียสละเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ



          การสร้างรั้วชายแดนจะเป็นปราการสำคัญในการรักษาอธิปไตยของไทยทุกตารางนิ้ว เพื่อความปลอดภัยของชีวิตพี่น้องประชาชน และเพื่อธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติไทยให้มั่นคงยั่งยืนสืบไป



----------------



          Royal Thai Armed Forces to Build Permanent Thai-Cambodian Border Fence to Prevent Incursions and Strengthen National Security



          Major General Vithai Laithomya, Spokesperson for the Royal Thai Armed Forces Headquarters, announced that following an on-site inspection led by General Manas Jundee, Chief of Joint Staff of the Royal Thai Armed Forces, along with his delegation today (28 August 2025), the team surveyed the Thai-Cambodian borderline from Boundary Pillar No. 48 to Boundary Pillar No. 51, covering the area from Ban Parai to Ban Tha Kham, Aranyaprathet District, Sa Kaeo Province, to prepare for the construction of the Thai-Cambodian border fence.



          The initial conclusion reached was to commence construction of a permanent fence in the area between Boundary Pillar No. 50 and Boundary Pillar No. 51, covering a distance of approximately 14 kilometers, where both countries have mutually agreed on the demarcation of the borderline.



          For other areas where territorial claims remain disagreed by both sides and no agreement has been reached, the Royal Thai Armed Forces will establish temporary fencing. The plan includes constructing patrol roads along the borderline, installing triple-layer concertina wire fences, and placing CCTV cameras at strategic locations. These measures aim to enhance troop mobility, improve patrolling efficiency, and strengthen area control, while also reducing risks associated with illegal crossings along natural routes, an ongoing challenge contributing to illegal migration, cross-border crimes, call center syndicates, and scam networks.



          This project marks the beginning phase of constructing a permanent border fence along the entire Thai-Cambodian frontier, which will play a critical role in preventing territorial incursions, addressing security challenges, and enhancing safety in border areas, delivering significant benefits to local residents and national security alike.



          If approved by the National Security Council (NSC), the Royal Thai Armed Forces can begin construction immediately, with no budgetary constraints, and expect tangible progress within this year. Additionally, the military will work to promote understanding and cooperation with local communities that may be affected, believing that residents will support and contribute to efforts that strengthen national security.



          The construction of the border fence will stand as a strategic safeguard to protect every inch of Thailand’s sovereignty, ensure the safety of its citizens, and uphold the nation’s security and stability for generations to come.



...



#รั้วชายแดนเสริมสร้างความมั่นคง



#TruthFromThailand

ข่าวทั้งหมด

X