การแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงยืนยัน เดินหน้าโครงการอย่างแน่นอน โดยTimeline โครงการ Digital Wallet โดยกฤษฏีกาและกระบวนการกฎหมายช่วงปลายปีนี้ ด้วยการออกพระราชบัญญัติกู้เงิน 6 แสนล้านบาท นำเข้าสู่สภาช่วงต้นปี จัดเตรียมงบประมาณ และเปิดให้ประชาชนได้ใช้ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปีหน้า แต่ก่อนหน้านั้น จะมีโครงการ e-Refund ตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 เป็นต้นไป และโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถจะสามารถดำเนินการได้เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป และทุกอย่างที่แถลงวันนี้ จะต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฏหมาย และได้รับมติของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ทำงานอย่างรัดกุม ก่อนจะเข้า ครม. เพื่อให้ได้รับอนุมัติอย่างชัดเจนต่อไป
นายกรัฐมนตรี ย้ำนโยบายดังกล่าวเพื่อเป็นการเติมเงินลงในระบบเศรษฐกิจ ตามการใช้จ่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศ ตามกระบวนการออกพระราชบัญญัติกู้เงินมาใช้ในโครงการนี้โดยมีเงื่อนไข คือ
-ผู้ได้รับสิทธิในโครงการนี้ มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป 50 ล้านคนได้ประโยชน์
-ต้องเป็นคนที่มีเงินเดือนไม่ถึง 7 หมื่นบาท และมีเงินฝากไม่ถึง 5 แสนบาท
-ระยะเวลาใช้จ่าย 6 เดือน ใช้ผ่านแอปเป๋าตัง ภายในอำเภอที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
-เริ่มใช้ได้ พ.ค.67 - เม.ย.70 และต้องใช้ครั้งแรกภายใน 6 เดือน หากไม่ใช้ภายใน 6 เดือน เงินจะกลับเข้าสู่ระบบ
-ใช้จ่ายเพื่อการอุปโภค-บริโภคเท่านั้น
สำหรับนโยบายทั้งหมดนี้จะส่งผลดีต่อประเทศใน 2 ด้าน
1. กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในระยะสั้นโดยมี “ประชาชนทุกภาคส่วนเป็นกลไกที่สำคัญผ่านการบริโภคและการลงทุน”
2.วางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและ e-Government ซึ่งเป็นการวางและแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศในระยะยาว
สำหรับเงื่อนไข ซื้ออะไรได้ ไม่ได้ คือ
-ประชาชนจะสามารถใช้ซื้อสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคได้เท่านั้น
-ไม่สามารถใช้กับบริการได้
-ไม่สามารถใช้ซื้อสินค้าออนไลน์ได้
-ไม่สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ กัญชา กระท่อม พืชกระท่อม และผลิตภัณฑ์จากกัญชาและพืชกระท่อม
-ไม่สามารถนำไปซื้อบัตรกำนัล บัตรเงินสด ทองคำ เพชร พลอย อัญมณีได้
-ไม่สามารถนำไปชำระหนี้ได้
-ไม่สามารถจ่ายค่าเรียน ค่าเทอม ได้
-ไม่สามารถนำไปจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หรือซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติได้ แลกเป็นเงินสดไม่ได้ แลกเปลี่ยนในตลาดต่างๆ ไม่ได้
ใช้ซื้อสินค้าได้ทุกร้านค้า ไม่ได้จำกัดแต่ร้านที่อยู่ในระบบภาษี ไม่จำเป็นต้องจด VAT ร้านค้ารถเข็น ร้านโชห่วย ร้านค้าที่อยู่บนแอพเป๋าตัง ใช้ได้หมด แต่ต้องมีการลงทะเบียนรับสิทธิ และร้านค้าที่จะขึ้นเงินได้ต้องอยู่ในระบบภาษีเท่านั้น
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะพัฒนาต่อยอดระบบเป๋าตัง ให้สามารถทำงานโดยมี Blockchain อยู่ด้านหลังเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งระบบ Blockchain จะทำให้รัฐป้องกันการทุจริตได้ และหากมีใครฝ่าฝืนแก้ไข ทุจริต ระบบก็จะสามารถตรวจสอบได้ทันที การมีระบบ Blockchain จะนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลและการทำ e-Government ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง สร้างความโปร่งใส ลดการทุจริตได้อย่างเป็นรูปธรรม
ส่วนโครงการ e-Refund ให้คนไทยสามารถลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลจากการซื้อสินค้าและบริการมูลค่าไม่เกิน 50,000 บาท โดยให้ใบกำกับภาษี มาประกอบการยื่นภาษีบุคคล และรัฐจะคืนเงินภาษีให้ เพราะฉะนั้น คนที่ไม่ได้รับสิทธิ Digital Wallet ก็สามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการนี้ได้ และจะทำให้ร้านค้าเข้าระบบภาษีดิจิทัลมากขึ้นด้วย
อ่านฉบับเต็ม:https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/74538
#แจกเงินหมื่น