ผู้พิพากษาสหรัฐฯ มีคำสั่งยกเลิกข้อห้ามนักเรียนพิการในรัฐเท็กซัส สวมหน้ากากอนามัยในโรงเรียน เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิของนักเรียนผู้พิการในการเรียนรู้ระหว่างที่มีโรคระบาดใหญ่ ผู้พิพากษา ลี เยเกล กล่าวว่าคำสั่งของทางการรัฐเท็กซัส คือการปฏิเสธเด็กพิการและเด็กที่มีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มที่จะเผชิญกับโรคแทรกซ้อนจากโควิด-19 ที่ทำให้มีอาการเฉียบพลันรุนแรง ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และหอผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาล จากหลักฐานที่นำเสนอในศาล ยังแสดงให้เห็นว่าเด็กเหล่านี้กำลังถูกปฏิเสธประโยชน์ของการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกันกับเพื่อนที่ไม่มีความพิการ
นอกจากนี้ ศาลมีความเห็นให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่สามารถออกกฎเกณฑ์ของตนเองได้ อย่างไรก็ตาม อัยการรัฐเท็กซัสกำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลต่อไป
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 นายเกร็ก แอบบ็อต ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นรีพับลิกัน ออกคำสั่งห้ามสวมหน้ากากอนามัยในโรงเรียน เพื่อเป็นการค้านคำสั่งของรัฐบาลกลางที่ออกข้อกำหนดเรื่องหน้ากากอนามัย โดยระบุว่า แต่ละบุคคลมีอิสระในการตัดสินใจ ต่อมาในเดือนสิงหาคมกลุ่มสิทธิของผู้พิการเท็กซัส (Disability Rights Texas : DRT) ได้ยื่นฟ้องในนามของนักเรียนผู้พิการ 14 คน ว่าคำสั่งนี้ เป็นการเลือกปฏิบัติต่อพวกเขา
และในเดือนกันยายน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับคดีในรัฐเท็กซัส โดยระบุว่าคำสั่งของรัฐ ทำให้เด็กพิการไม่สามารถเข้าเรียนได้ เนื่องจากผู้ปกครองบางคนจะให้พวกเขาอยู่บ้านเนื่องจากความเสี่ยงจากโควิด-19
ประเด็นคำสั่งเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยสำหรับนักเรียนกลายเป็นความขัดแย้งทางกฎหมายทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา และคำตัดสินของศาลเท็กซัสในครั้งนี้ จะเป็นแนวทางในการพิจารณาคดีในรัฐอื่น ๆ ต่อไป
....
#สหรัฐอเมริกา
#เท็กซัส
#หน้ากากอนามัย
#โควิด19