กรณีข่าวในสังคมออนไลน์ “บัตรอัตโนมัติ (Easy Pass) แบตเตอรี่ใกล้หมดอายุการใช้งาน” การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้ชี้แจงผ่านFB ยืนยันว่า อุปกรณ์รุ่นแรกของ กทพ. เริ่มจำหน่ายเมื่อเดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2552 (ค.ศ. 2009)
แบตเตอรี่ในบัตร Easy Pass มีอายุการใช้งานประมาณ 7 ปี หรือ 14,000 เที่ยว ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ปัจจุบัน ยังไม่พบแบตเตอรี่ใกล้หมดอายุใช้งาน
อย่างไรก็ตาม กทพ. มีแผนงานรองรับในกรณีที่แบตเตอรี่หมดอายุการใช้งาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่แบตเตอรี่ใกล้หมดอายุการใช้งาน ซึ่ง กทพ. จะทำการคัดกรองผู้ใช้บริการที่อยู่ในข่ายแบตเตอรี่มีแนวโน้มจะหมดอายุการใช้งานจากฐานข้อมูล คือ เริ่มตั้งแต่อุปกรณ์รุ่นปี ค.ศ. 2009 (พ.ศ. 2552) โดยจะมีหนังสือแจ้งผู้ใช้บริการเป็นรายบัตรให้นำอุปกรณ์เดิมมาเปลี่ยนใหม่ ซึ่งจดหมายจะระบุสถานที่ให้บริการเปลี่ยนชัดเจน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ เงินสำรองที่คงเหลืออยู่ในบัญชีจะถูกถ่ายโอนไปยังบัตรใหม่ทันที ปัจจุบัน กทพ. ยังมิได้ออกหนังสือแจ้งผู้ใช้บริการแต่อย่างใด
สำหรับการตรวจดูอายุบัตร Easy Pass ดูได้จากใบสมัครหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ หรือผู้ใช้บริการสามารถดูวันผลิตอุปกรณ์ได้จากแถบตัวเลข จำนวน 23 หลัก ด้านข้างอุปกรณ์ OBU ซึ่งจะขึ้นต้นด้วย 3085 86....... โดยดูเฉพาะตัวเลข 4 ตัวสุดท้าย เช่น 3085 86XX XXXXXXXXXXX0938 เช่น ตัวเลข 4 ตัวสุดท้าย 09 หมายถึง ปีที่ผลิต คือ ปี ค.ศ. 2009 (พ.ศ. 2552)
38 หมายถึง สัปดาห์ที่ผลิตอุปกรณ์ในปี 2552 ในกรณีนี้ 09/38 หมายความว่า อุปกรณ์นี้ผลิตใน ปี ค.ศ. 2009 (พ.ศ. 2552) สัปดาห์ที่ 38
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ใช้บริการสับสนเกี่ยวกับการเปลี่ยนและการคืนบัตร (ยกเลิกการใช้งาน) โดยการคืนบัตร ผู้ใช้บริการต้องยื่นใบคำร้องพร้อมอุปกรณ์ (บัตร Easy Pass และบัตร Smart Card) โดย กทพ. จะโอนยอดเงินคงเหลือคืนเข้าบัญชีธนาคารของเจ้าของบัตร ในกรณีไม่มีบัตร จะต้องชำระค่าอุปกรณ์สูญหาย คือ บัตร Easy Pass จำนวน 1,000 บาท และบัตร Smart Card จำนวน 100 บาท ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบสมัคร
http://www.exat.co.th/index.php/th_TH/news/article/view/2/2398