GC ประกาศกลยุทธ์ มุ่งสู่ NET ZERO เป็นศูนย์ ในปี 2050

21 ตุลาคม 2564, 14:34น.


          นับเป็นอีกหนึ่งก้าวใหญ่ที่สุด เพื่อเดินหน้าสู่ความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) PTT Global Chemical Public Company Limited หรือ GC บริษัทด้านปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ แต่สิ่งที่ GC มุ่งมั่นและจริงจังอย่างมาก คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2050 ด้วยการชูแคมเปญ Together to NET ZERO ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางธุรกิจ  


         ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC ประกาศแผนกลยุทธ์ที่จะนำ GC เป็นบริษัทแรกของโลกที่จะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเข้มข้นและชัดเจนมากขึ้น โดยย้ำว่า GC มุ่งมั่นยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก มีกลยุทธ์ แผนงาน กระบวนการ และ เป้าหมายที่ชัดเจน GC Group เตรียมเงินลงทุนสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการดำเนินการเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดคาร์บอนให้เป็นศูนย์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน




     


        ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC ยืนยันว่า การเติบโตทางธุรกิจ 4 % จะต้องมีความสมดุลกับความยั่งยืน ซึ่งเป้าหมายนี้จะวัดด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะกลางลงอีก 10 ปีข้างหน้า คือ ปี 2030 ต้องลดลงให้ได้ 20% และเมื่อถึงปี 2050 จะต้องเป็นศูนย์  


 “หลายคนอาจมองเรื่องโลกร้อน เป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจลำบาก แต่เรามองว่า เป็นโอกาส เราต้องอยู่ข้างหน้า ต้องมีส่วนนำในเรื่องนี้ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นที่ 1 ของโลก เราทำพื้นฐานที่ดีมาตลอด ในวันนี้เราต่อยอดเพื่อช่วยโลก พนักงาน และ ลูกค้าของ GC  ยืดอกอย่างภาคภูมิใจได้  มีผลกำไร แต่เราเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมช่วยให้โลกเราดีขึ้น”  


         แคมเปญ Together to NET ZERO ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ คือ สิ่งที่ท้าทายการทำงาน แต่ GC มี 3 กลยุทธ์ที่ชัดเจนที่ทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายของความสำเร็จ สอดคล้องกับความตกลงปารีส หรือ Paris Agreement  และจากที่ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) ได้จัดอันดับให้ GC เป็นอันดับ 1ของโลกในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ ด้านความยั่งยืนถึง 2 ปีต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ 


1.กลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพ(Efficiency-Driven)  ตอกย้ำ การเป็น ‘เคมีที่เข้าถึงความสุข’ ทั้งวัตถุดิบ ขั้นตอน กระบวนการผลิตต้องดี สร้างความสมดุลระหว่างการเจริญเติบโตกับการสร้างความยั่งยืน รวมทั้ง การลดการปล่อยก๊าซต่างๆ และนำเชื้อเพลิงสะอาดมาใช้ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 20%




 


2.กลยุทธ์การเจริญเติบโต การขับเคลื่อนด้วยการบริหารพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ (Portfolio-Driven) โดยการปรับการลงทุนในธุรกิจที่คาร์บอนต่ำลง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม และผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุหมุนเวียน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 25%




 


3.กลยุทธ์การสร้างความยั่งยืน การขับเคลื่อนด้วยการชดเชยคาร์บอน (Compensation-Driven)  เช่น การปลูกป่า การลงทุนนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อลดคาร์บอนให้ได้มากที่สุด เช่น การใช้วิธีดักจับคาร์บอน การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน หรือ Carbon Capture


 




         ส่วนการเลือกคู่ค้า หรือ พันธมิตรทางธุรกิจ เป็นเรื่องสำคัญมาก ดร.คงกระพัน อธิบายว่า เราต้องเลือกคู่ค้าที่มีแนวคิดตรงกัน แต่จะไม่ปิดโอกาส ต้องให้เวลาทั้งคู่ค้าและลูกค้าในการปรับตัว โดย GC เข้าใจเรื่องข้อจำกัด ที่ต้องทำความเข้าใจ ช่วยเหลือกัน และต้องใช้ระยะเวลา   


        ขณะที่ สหภาพยุโรป (EU) และ หลายประเทศ เตรียมใช้มาตรการทางภาษี ในส่วนของGC ได้เตรียมพร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดร.คงกระพัน กล่าวว่า GC มีการบริหารจัดการและเป็นคู่ค้าที่ดี เนื่องจากมีการลงทุนฐานการผลิตในยุโรปและสหรัฐฯ เช่น เดียวกับภาวะราคาน้ำมันโลกแพงขึ้น เนื่องจาก ความต้องการใช้เพิ่มขึ้น ซึ่ง GC ได้บริหารความเสี่ยงและมีการจัดสต๊อกเตรียมแผนไว้ตั้งแต่ครึ่งปีแรกแล้ว จึงไม่มีความเสี่ยงในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับ ราคาปาล์ม ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตของบริษัทลูก ก็มีการบริหารจัดการไว้แล้ว ไม่น่าห่วง


 


#GC


#คาร์บอนเป็นศูนย์


   


 


 
ข่าวทั้งหมด