เปิดคลายล็อก! ศบค.ลดเคอร์ฟิว-ปรับพื้นที่สีแดงเข้ม เริ่ม 16 ต.ค.นี้

14 ตุลาคม 2564, 13:59น.


         ผลการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. เปิดเผยว่า ในการประชุมวันนี้มีการผ่อนคลายและปรับลดจังหวัดตามจำนวนผู้ติดเชื้อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ ผอ.ศบค.ย้ำเรื่องความร่วมมือของภาครัฐ ผู้ประกอบการ และ ประชาชน ที่จะต้องร่วมมือกันและช่วยกันเพื่อที่จะอยู่กับโควิด-19 ให้ได้ หากพบว่าเมื่อมีการผ่อนคลายแล้วหากทำไม่ดีก็ถูกสั่งปิดได้เหมือนเดิม ในส่วนสถานบันเทิง ยังไม่ได้รับอนุญาตให้มีการเปิด ขอให้เตรียมความพร้อมไว้ในการพิจารณาครั้งต่อไป ที่ประชุมสรุปผลการประชุม  


1.ยกเลิกการกำหนดประเทศหรือดินแดนที่มีความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 


2.เพิ่มพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว หรือ พื้นที่สีฟ้า  


-จากเดิมพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว จะมีจ. ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่


-ในระยะต่อไปในช่วงวันที่ 1-30พ.ย.64 ปรับเพิ่มอีก รวมเป็น 17 จังหวัด เช่น กทม. สมุทรปราการ (เฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ) ประจวบคีรีขันธ์ (เฉพาะ อ.หัวหิน และ ต.หนองแก ) กระบี่ พังงา เพชรบุรี ส่วนมากเป็นพื้นที่นำร่องด้านเศรษฐกิจ


-จากนั้นในเดือน ธ.ค.64จะเพิ่มพื้นที่สีฟ้าอีก 16 จังหวัด รวมเป็น 33 จังหวัด เช่น ลำพูน แพร่ สุโขทัย ส่วนมากเป็นพื้นที่นำร่องที่เป็นเมืองหลัก   


3.เห็นชอบแผนรองรับการเปิดประเทศและเร่งรัดแผนการเปิดประเทศอย่างปลอดภัย ในช่วงสองเดือนที่เหลือจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อเสนอที่ประชุมศบค.อนุมัติและให้ถ่ายทอดไปให้ทุกหน่วยงานรับทราบ ในช่วงวันที่ 1-30 พ.ย. 64 ถือเป็นระยะที่ 1 ดำเนินงานตามแผน ระยะที่สองประเมินผล และระยะที่สาม 1 ม.ค.65 ดำเนินการตามแผนต่อเนื่อง 


4.วันนี้ในที่ประชุม ยังไม่ได้บอกถึงจำนวนประเทศเพิ่มเติมที่จะเดินทางเข้ามาแล้วไม่ต้องกักตัว


5.ปรับพื้นที่


-พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ปรับลดจาก 29 จังหวัดเหลือ 23 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ กาญจนบุรี จันทบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครนายก นครศรีธรรมราช นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา ยะลา ระยอง ราชบุรี สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสระบุรี 


-พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง)ปรับลดลงจาก 37 จังหวัดเหลือ 30 จังหวัด ประกอบด้วย กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด นครสวรรค์ นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี มหาสารคาม ระนอง ลพบุรี ศรีสะเกษ สตูล สระแก้ว สิงห์บุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ อ่างทอง อุดรธานี อุบลราชธานี และเพชรบูรณ์



-พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) ปรับเพิ่มจาก 11 จังหวัด เป็น 24 จังหวัด ประกอบด้วย กระบี่ กำแพงเพชร นครพนม น่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ พะเยา พังงา แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ลำปาง ลำพูน เลย สกลนคร สุโขทัย หนองคาย หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และอำนาจเจริญ




 


         ที่ประชุมศบค.ยังเห็นชอบการปรับเงื่อนไขมาตรการ สำหรับกิจการและกิจกรรมในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ที่เปิดให้บริการ ประกอบด้วย 


1. การห้ามออกนอกเคหสถาน เวลาเดิม 22.00-04.00 น. ปรับเป็น 23.00-03.00 น.อย่างน้อย 15 วัน เริ่ม 16 ต.ค.64


2. ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด หรือตลาดนัด เดิมเปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 21.00 น.(จำหน่ายเฉพาะเครื่องอุปโภคบริโภค) ปรับเป็นเปิดดำเนินการได้ถึงเวลา 22.00 น.จำหน่ายได้ทุกประเภทสินค้า เปิดบริการ เครื่องเล่น สวนสนุกได้ โดยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพฯ 


3. กิจการอื่นๆ ที่เปิดทำการ โดยกำหนดเวลาไม่เกิน 22.00 น. เช่น ธุรกิจโรงภาพยนตร์หรือฉายภาพยนตร์ ร้านอาหารโรงละคร โรงมหรสพ (ลิเก งิ้ว ลำตัด หรือการแสดงพื้นบ้านอื่นๆ) 


-สนามกีฬาทุกประเภท สวนสาธารณะ ศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้า เวลาเดิมเปิดได้ถึงเวลา 21.00 น. ปรับเป็นเปิดดำเนินการตามปกติ แต่ไม่เกินเวลา 22.00 น.แต่ยังเน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง 


-สถานที่เล่นกีฬา หรือแข่งขันกีฬา ในพื้นที่เข้มงวดและสูงสุด เปิดดำเนินการได้ทุกประเภทกีฬา ตามเวลาปกติ แต่ไม่เกิน 22.00 น. จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมจัดการ


-กีฬาในร่มแข่งขันได้ ไม่มีผู้ชม


-กีฬากลางแจ้ง แข่งขันได้ มีผู้ชม ไม่เกิน 25% ผู้ชมได้รับวัคซีน ครบตามเกณฑ์ หรือมี ATK และ RT-PCR ผลเป็นลบ ภายใน 72 ชั่วโมง 


-กรณีแข่งขันให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด คณะกรรมการกรุงเทพฯพิจารณา รวมถึงพื้นที่ควบคุมสูงสุด เปิดตามเวลาปกติ แต่ไม่เกิน 22.00 น. จัดการแข่งขันได้ โดยจำกัดผู้ชม


 




 



#ประชุมศูนย์บริหารโควิด19


#ทำเนียบรัฐบาล


CR:รัฐบาลไทย 


 
ข่าวทั้งหมด