ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตาและอัตราการฉีดวัคซีนในระดับต่ำ ทำให้ 7 มลรัฐของสหรัฐอเมริกาคือฟลอริดา เท็กซัส มิสซูรี อาร์คันซอ ลุยเซียนา แอละแบมา และมิสซิสซิปปี มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่และการรักษาในโรงพยาบาลมากถึงครึ่งหนึ่งของประเทศ แม้ว่ารัฐเหล่านี้จะมีสัดส่วนประชากรน้อยกว่าร้อยละ 25 ของทั้งประเทศก็ตาม
นายเจฟฟ์ เซียนต์ส ผู้ประสานงานด้านโควิด-19 ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา และกระจุกตัวอยู่ในชุมชนที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ โดยในขณะที่ร้อยละ 70 ของประชากรผู้ใหญ่ทั้งประเทศจะได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส แต่ใน 7 มลรัฐนี้มีผู้ที่ได้รับวัคซีนเฉลี่ยร้อยละ 40 ถึง 44 เท่านั้น
ดร.โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ หรือซีดีซี เปิดเผยว่า จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 43 ในสัปดาห์ก่อน และผู้เสียชีวิตรายวันเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 39 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยและการรักษาในโรงพยาบาลในทุกกลุ่มอายุ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงสุดยังคงเป็นคนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน
นายแพทย์แอนโทนี ฟาวซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ กล่าวว่า กำลังมีการทำงานเพื่อให้มีการอนุมัติการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 โดสที่ 3 หรือบูสเตอร์ให้แก่ชาวอเมริกันที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ คือ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง และผู้ติดเชื้อเอชไอวี รวมทั้งผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานที่เพียงพอ แม้ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว โดยคาดว่าจะได้รับอนุญาตให้มีการฉีดวัคซีนโดสที่ 3 ภายในเดือนกันยายนหรือตุลาคม
....
ข่าวทั้งหมด