ปธน.สหรัฐฯเตือนความรุนแรงของสายพันธุ์เดลต้า วอนประชาชนฉีดวัคซีน

19 มิถุนายน 2564, 09:43น.


          ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และรองประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส ของสหรัฐฯ ขอให้ชาวอเมริกันรับวัคซีนโควิด-19 เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 70 ภายในวันที่ 4 กรกฎาคม จนถึงเมื่อวันศุกร์ (18 มิ.ย.) ผู้คนราวร้อยละ 65.1 ในสหรัฐฯ รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง และมีเพียง 15 รัฐและวอชิงตัน ดี.ซี. เท่านั้นที่ฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมาย



          โดยในระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีไบเดนแนะนำให้ผู้ที่ยังลังเลใจไม่ไปรับการฉีดวัคซีน มีการพูดคุยกับครอบครัวและเพื่อนที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว และแพทย์ของพวกเขา โดยในเวลานี้พื้นที่ที่มีความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนกำลังมีผู้ป่วยรายใหม่ในโรงพยาบาลและผู้เสียชีวิตลดลง แต่ในพื้นที่ที่การฉีดวัคซีนไม่มีความคืบหน้ากำลังมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับโควิดสายพันธุ์เดลต้าที่มีความรุนแรงกว่าสายพันธุ์เดิม



          ด้านรองประธานาธิบดีแฮร์ริส กล่าวว่า เมื่อบุคคลได้รับวัคซีนซึ่งไม่เพียงแต่จะปกป้องตัวผู้รับวัคซีน แต่ยังหมายถึงการที่จะไม่ส่งต่อเชื้อโควิดให้กับบุคคลอื่นด้วย



           ข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังแสดงให้เห็นถึงความแตกแยกทางการเมืองเช่นกัน โดยรัฐที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งมีการฉีดวัคซีนน้อยกว่ารัฐที่ประธานาธิบดีไบเดนเป็นผู้ชนะ



          ปัจจุบันสหรัฐฯ ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปแล้ว 300 ล้านครั้งใน 150 วัน แต่เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ทำสถิติมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ยืนยันสะสมมากกว่า 600,000 รายมากเป็นอันดับ 1 ในโลก แม้ว่าในเอกสารของทำเนียบขาวจะระบุว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ลดลงร้อยละ 90 นับตั้งแต่ประธานาธิบดีไบเดนเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 



...

ข่าวทั้งหมด