การบินไทย เร่งกู้เงิน 2.5 หมื่นล้านบาท เป็นทุนหมุนเวียน เดินหน้าแผนฟื้นฟูกิจการ

15 มิถุนายน 2564, 21:24น.


          หลังศาลล้มละลายเห็นชอบแผนฟื้นฟูบริษัทการบินไทย นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระแสเงินสดของบริษัทฯ ที่มีอยู่ได้ไม่ถึงปลายปี 2564 บริษัทฯ จึงเตรียมเจรจาเพื่อหาเงินทุนก้อนใหม่เข้ามาเสริมสภาพคล่องตามแผนฟื้นฟูโดยเร่งด่วน โดยรูปแบบของเงินใหม่ที่จะเข้านั้นมีรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ เงินกู้ การเพิ่มทุน การขายทรัพย์สิน ฯลฯ โดยจะทยอยเข้ามาตามความต้องการการใช้เงินภายในช่วง 1-3 ปีนี้  



          ขณะที่ระยะเวลาที่บริษัทจะออกจากแผนฟื้นฟูฯ ตามกฎหมายกำหนดไว้ภายใน 5 ปี และสามารถต่ออายุครั้งละ 1 ปีได้ 2 ครั้ง รวมเป็น 7 ปี โดยระบุว่าบริษัทต้องมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ก่อนออกจากแผนฟื้นฟูฯ 2 ปีสุดท้ายเฉลี่ยปีละ 20,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะพยามยามออกจากแผนฟื้นฟูฯ ภายใน 5 ปีหรือเร็วที่สุด



           โดยเชื่อมั่นว่าในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 นี้ประเทศไทยจะสามารถกระจายการฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น และทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวและสายการบินกลับมาทำธุรกิจได้ดีขึ้น ตัวอย่าง ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ คงกระจายไปเมืองท่องเที่ยวต่างๆ



          นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี บมจ.การบินไทย (THAI). ยอมรับว่าขณะนี้กระแสเงินสดมีไม่เพียงพอที่จะทำธุรกิจได้ถึงปลายปี 64 จึงต้องเร่งจัดหาเม็ดเงินใหม่เข้ามา โดยอยู่ระหว่างการเจรจาสถาบันการเงินทั้งเอกชนและรัฐ จำนวน 2.5 หมื่นล้านบาทที่จะเข้ามาเป็นเงินทุนหมุนเวียน และนำมาจ่ายชดเชยพนักงานที่เข้าโครงการเกษียณจากงานก่อนกำหนด



          สำหรับการขอเงินกู้จากสถาบันการเงินจำเป็นต้องมีสินทรัพย์ค้ำประกัน โดยทรัพย์สินที่บริษัทมองไว้ว่าจะนำไปใช้ ได้แก่ อาคารสำนักงานใหญ่ที่ถนนวิภาวดีรังสิต มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และยังมีสำนักงานขายตั๋วโดยสารที่สีลม, หลานหลวง และ ดอนเมือง นอกจากนี้ยังมีสำนักงานขายในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทจะพิจารณาขายไปในบางประเทศที่จะไม่ทำการบิน รวมทั้งยังมีสินทรัพย์รอขายออกไป เพราะบริษัทยังไม่มีรายได้เข้ามา ทั้งนี้ เพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ



          โดยตามแผนของบริษัทจะปรับลดเครื่องบินลงเหลือ 60 ลำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินให้เช่าตามสัญญาเช่าจำนวน 54 ลำ และอีก 6 ลำการบินไทยเป็นเจ้าของเอง จากเดิมที่เคยมีจำนวน 102 ลำ (ณ เดือน มี.ค.63) อย่างไรก็ตาม บริษัทจะมีการจัดหาเครื่องบินเพิ่มตามภาวะธุรกิจการบินเป็น 80-90 ลำในปี 68



          นายนนท์ กลินทะ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์กลยุทธ์การหารายได้ THAI กล่าวเสริมถึงแผนการหารายได้ว่า นับตั้งแต่ไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไปการบินไทยจะเพิ่มเที่ยวเชิงพาณิชย์มากขึ้นรับนโยบายรัฐบาลเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตามโมเดล "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" โดยโฟกัสเส้นทางในภูมิภาคยุโรปเป็นหลัก อาทิ แฟงก์เฟิร์ต, โคเปนเฮเก้น, ชูริก, ลอนดอน ปารีส จากนั้นจะทยอยเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ต่อไป เช่น สิงคโปร์, ฮ่องกง, โซล, และอีกหลายเมืองในจีน นิวเดลี บอมเบย์เป็นต้น



          ก่อนหน้านี้ การบินไทยให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้า หรือคาร์โก้ และเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์เป็นหลัก โดยมีเที่ยวบินพิเศษรับคนไทยกลับบ้านและเที่ยวบินขนส่งสินค้า ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนธันวาคม 2563 จำนวน 2,042 เที่ยวบิน และตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2564 จำนวน 2,105 เที่ยวบิน แต่นับจากไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไป การบินไทยจะกลับมาให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบได้อีกครั้ง คาดว่าจะสามารถกลับมาทำการบินในช่วงไตรมาส 3/64 นี้ได้ประมาณ 30-35% เมื่อเทียบกับปี 62 และจะเพิ่มเป็นประมาณ 40% ในไตรมาส 2/65 จากนั้นน่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 85% ในประมาณปี 68 โดยคาดว่าอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ในช่วงเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 60-70%

ข่าวทั้งหมด