!-- AdAsia Headcode -->

ไฟป่าที่นครนายกแนวโน้มดีขึ้น ขณะที่กองทัพบกยังคงใช้ MI-17 และ KA-32 บินโปรยน้ำเสริมด้วยกำลังภาคพื้นดิน ระบุใช้โรงเรียนนายร้อย จปร. เป็นที่ตั้งฐานปฏิบัติการบิน

24 กุมภาพันธ์ 2563, 14:33น.


   จากสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ บริเวณช่องยางแดง ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และขยายวงเข้าเขตพื้นที่จังหวัดนครนายก ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ถึงปัจจุบัน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,000 พันไร่ โดยขณะนี้ทุกภาคส่วนบูรณาการร่วมดับไฟป่า ประกอบไปด้วยจังหวัดนครนายก, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, เจ้าหน้าที่ป่าไม้, 


องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับกองทัพได้ระดมทั้งยุทโธปกรณ์ และกำลังพลเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ โดยจัดกำลังจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์, มณฑลทหารบกที่ 12 และ 18 ร่วมกับโรงเรียนเตรียมทหาร



   นอกจากนี้กองทัพบกยังสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ MI-17 2 เครื่อง บินโปรยน้ำร่วมกับเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย KA-32 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยปฏิบัติการบิน ตั้งแต่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 จนถึงปัจจุบัน ได้บินบรรทุกน้ำจากแหล่งน้ำในบริเวณโดยรอบไปโปรยในพื้นที่เป้าหมายแล้ว 101 เที่ยวบิน จำนวน 320,500 ลิตร เพื่อลดความร้อนในจุดที่เพลิงลุกไหม้ ทำให้กำลังภาคพื้นดินสามารถเข้าไปดับไฟ และใช้รถบรรทุกน้ำฉีดน้ำดับไฟได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้เฮลิคอปเตอร์ ทั้ง 3 ลำ ใช้พื้นที่ภายในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเป็นฐานปฏิบัติการบินรวมถึงการเติมเชื้อเพลิง การเตรียมความพร้อมและการปรนนิบัติบำรุงอากาศยาน 


   ตลอด 3 วันที่ผ่านมา สามารถดับไฟได้ใน 3 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ บ้านวังรี บ้านเขาแหลม อ.เมือง และบริเวณเขาชะพลูรอยต่อระหว่างโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า กับโรงเรียนการสัตว์ กรมการสัตว์ทหารบก ซึ่งยังคงต้องเฝ้าระวังควบคุมไฟไม่ให้กระจาย สำหรับพื้นที่ที่ไฟยังคงปะทุอยู่ ได้แก่ บนเขาสูงหลังโรงเรียนเตรียมทหาร และเขาชะพลูด้านหลังโรงเรียนการสัตว์ กรมการสัตว์ทหารบก ทั้งนี้ได้มีการสำรวจจุดความร้อนและติดตามสถานการณ์ตลอด เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับปฏิบัติการทางอากาศและการใช้รถบรรทุกน้ำจะให้ความสำคัญกับพื้นที่เกิดไฟป่าที่ใกล้กับชุมชน และบ้านเรือนประชาชนเป็นลำดับแรก ส่วนในพื้นที่หน่วยทหารโดยเฉพาะโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าได้ใช้กำลังทหารเดินเท้าเข้าดับไฟเป็นหลัก 



   ล่าสุดในวันนี้ ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่านครนายก ได้ส่งกำลังเข้าปฏิบัติการดับไฟป่ามี 2 จุดคือ บริเวณเขาพระ เขาทุเรียน และพื้นที่หลังโรงเรียนเตรียมทหาร โดยมีแผนใช้เฮลิคอปเตอร์ ทั้ง 3 เครื่อง บินโปรยน้ำควบคู่ไปกับชุดปฏิบัติการภาคพื้นดิน คาดว่าสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น หากไม่มีกระแสลมมาทำให้เกิดการปะทุใหม่ ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบก มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว กำชับให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก เตรียมการสนับสนุนเพิ่มเติมโดยเฉพาะยุทโธปกรณ์และอากาศยานหากได้รับการร้องขอ อย่างไรก็ตาม กองทัพบกจะยังคงสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

   ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าเฮลิคอปเตอร์บินดับไฟโปรยน้ำป้องกันเฉพาะพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของหน่วยราชการนั้น ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เหตุที่มีผู้พบเห็นเฮลิคอปเตอร์บินเข้ามาใน โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าอย่างต่อเนื่องนั้น เฮลิคอปเตอร์ไม่ได้มาเพื่อดับไฟแต่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็นฐานปฏิบัติการบินที่เฮลิคอปเตอร์ต้องเข้ามาเติมเชื้อเพลิง ปรนนิบัติบำรุง อากาศยานเท่านั้น 



   ส่วนการป้องกันไฟไม่ให้ลุกลามเข้ามาในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้านั้น ใช้กำลังภาคพื้นดินซึ่งเป็นกำลังพลของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเป็นผู้ปฏิบัติหลัก จึงขอให้เข้าใจในข้อเท็จจริงดังกล่าว ทั้งนี้ขอยืนยันอีกครั้งว่าศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่านครนายก มีแนวทางการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน ในการนำเครื่องมือบรรเทาภัยจากทุกส่วนราชการ ที่นำมาสนับสนุนในภารกิจครั้งนี้ไว้เพื่อการดับไฟ และป้องกันพื้นที่ชุมชนและบ้านเรือนประชาชนเป็นลำดับแรก