ส่งเลย! คลิปจากกล้องหน้ารถ หาก"ช่วยคนดี ชี้คนผิด"ได้ แจกรางวัลรวมกว่า 50,000 บาท ทุกเดือน!

29 มิถุนายน 2561, 20:20น.


    แจกเงินรางวัลอย่างต่อเนื่องสำหรับโครงการ"อาสาตาจราจร" ซึ่งมีวัตถุประสงค์หวังลดอุบัติทางท้องถนนด้วยการเสริมสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนน โดยคณะกรรมการบูรณาการ ประสานงาน กรณีกู้ชีพฉุกเฉิน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หากผู้ใดมีคลิปวีดีโอที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ที่ผู้ขับขี่ทำผิดกฎหมาย ผิดวินัยจราจร หรือขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น มีสิทธิได้รับเงินรางวัลทันที!



    นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะกรรมการ เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลแก่เจ้าของคลิปประจำเดือนพฤษภาคม 2561 ได้แก่ 



   รางวัลที่ 1 นายกฤษณะ คำเวียง เจ้าของคลิป เมาเป็นเหตุ ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท (ชมคลิป)



   รางวัลที่ 2 นางอธิชา ปันโน เจ้าของคลิป ซิ่งจนล้ม ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท (ชมคลิป)




    รางวัลที่ 3 นางสาวปวริษา รันวงศ์ษา เจ้าของคลิป กระบะสวนเลน ได้รับเงินรางวัล 6,000 บาท (ชมคลิป)



   นอกจากนี้ ยังมีรางวัลชมเชยอีก 7 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท เช่น คลิปทึบไม่ตลอด คลิปฝ่าที่กั้นทางรถไฟก่อนเข้าเมืองปราจีนบุรี คลิปรถพ่วงเสียหลัก เส้นมอร์เตอร์เวย์ คลิปมอเตอร์ไซค์กร่างจอดรถลงมาต่อว่ากลางถนนเส้นพัฒนาการ เป็นต้น (ดูคลิิปเพิ่มเติมได้ที่ เพจเฟซบุ๊ค ชมรมกล้องหน้ารถ )




     โดยคณะกรรมการ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันส่งคลิปเข้าร่วมโครงการ เพื่อส่งเสริมให้มี"อาสาตาจราจร"ทั่วท้องถนน โดยเฉพาะการติดตั้งกล้องหน้ารถ ซึ่งโครงการนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก เป็นเงินรางวัลเดือนละ 50,000 บาท ภายใต้บันทึกลงนามความร่วมมือเป็นเวลา 1 ปี ส่งคลิปมาได้โดยตรงทางเฟซบุ๊คชมรมกล้องหน้ารถ สภานิติบัญญัติแห่ชาติ และภาคีเครือข่ายต่างๆรวมทั้ง JS100 Radio หรือเพียงโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป หากคณะกรรมการพิจารณาแล้วว่าคลิปใดที่เป็นประโยชน์ จะติดต่อกลับเพื่อรับเงินรางวัลในแต่ละเดือน ส่วนผู้ที่กระทำความผิดตามที่ปรากฏในคลิป คณะทำงานจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




     
อย่างไรก็ตาม ในพิธีมอบรางวัลเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ณ ลานอีเดน ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทางคณะกรรมการฯ ได้จัดการอบรมปฐมพยาบาลการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) ซึ่งมีประชาชนเข้ารับการอบรมกันอย่างล้นหลาม