'สาวอายไลเนอร์ทิ่มตา' ปลอดภัยแล้ว ดวงตายังมองเห็น ด้านคนขับแท็กซี่ช่วยเบิกค่ารักษาแล้ว 30,000 บ.

13 มิถุนายน 2561, 14:10น.


     ความคืบหน้ากรณี หญิงวัย 32 ปี ประสบอุบัติเหตุปากกาอายไลเนอร์ทิ่มตาขณะแต่งหน้าบนรถแท็กซี่ โดยรถแท็กซี่ประสบอุบัติเหตุชนรถคันหน้าทําให้ปากกาทิ่มตาได้รับบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ถ.ดินแดง เมื่อวานที่ผ่านมา (12มิ.ย.61) 




     ล่าสุด นพ.พิชิต นริพทะพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุ รพ.ราชวิถี เปิดเผยว่า ดูจากฟิล์มเอ็กซเรย์ ผลการทำซีทีสแกน และทำการผ่าตัดแล้วพบว่า ปากกาอายไลเนอร์ไม่ได้ทะลุเข้าไปในลูกตา แต่ทิ่มเข้าไปลักษณะเฉียงเข้าเนื่อเยื่อที่อยู่ข้างลูกตา และทะลุเข้าไปในไซนัส ทำให้มีเลือดไหลออกทางจมูก ซึ่งการรักษาต้องวินิจฉัยว่าเข้าไปลึกมากน้อยแค่ไหน เท่าที่ดูความลึกพอสมควร ต้องให้หมอด้านหูคอตาจมูกมารักษาร่วมด้วย ยืนยันลูกตาไม่เป็นอะไร จอประสาทตา และเส้นประสาทตาไม่ได้รับความเสียหาย คนไข้ยังมีการมองเห็นที่ดี ฝากถึงทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งเตือน ไม่ว่าจะคนขับหรือผู้โดยสาร ระหว่างอยู่บนรถอะไรก็เกิดขึ้นได้ การแต่งหน้าเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง หากเกิดอะไรเกี่ยวกับดวงตา การดำเนินชีวิตจะเปลี่ยนไปหมด เพราะเป็นอวัยวะที่สำคัญ




     นายกชนันท์ ถนอมสุข ผู้ขับแท็กซี่ เขียวเหลือง 1มข-9046 คันดังกล่าว ปิดเผยว่า ตนตามไปโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืน และเพิ่งไปเยี่ยมมาเมื่อ 8 โมงเช้า ทราบว่า ดวงตาของผู้โดยสารยังมองเห็นได้ตามปกติ สำหรับค่ารักษาพยาบาลได้ใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เบิกจ่ายไปแล้ว 30,000 บาท ส่วนคดีความยังไม่ได้พูดถึงกัน ยังไม่ได้คุยกับตำรวจ ต้องรอตกลงกับผู้บาดเจ็บก่อน ซึ่งเจ้าตัวก็ยังไม่ได้พูดอะไร ยังไม่ได้เรียกร้องเรื่องค่ารักษาหรือค่าใช้จ่ายอะไร ทราบแค่อยากจะกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน จ.อุตรดิตถ์ แต่ทางตำรวจก็อยากให้รีบคุยกันก่อน เพราะฝ่ายสินไหมของประกันต้องมาตกลงกันอีก




     "สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ผมรับผู้โดยสารมาจากหมอชิต แล้วก็ขับมาทาง ถ.วิภาวดี ต่อเนื่อง ถ.ดินแดง ช่วงนั้นก็ขับตามนถปิคอัพตู้ทึบ มาประมาณ 30-40 กม./ชม. พอรถปิคอัพเบรค รถก็ชนทันที ระหว่างทางก็ไม่ได้มองผู้โดยสารด้านหลัง แต่พอรถชนแล้วได้ยินเสียงผู้โดยสารร้องบาดเจ็บขึ้นมาเลย ตนเองก็ตกใจ จะแจ้ง จส.100 แจ้งเจ้าหน้าที่ก็ทำอะไรไม่ถูก เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก คิดว่าคงเป็น 1 ในล้านที่จะเกิด เป็นอุทาหรณ์ สำหรับตนเองและคนอื่นด้วย" ผู้ขับแท็กซี่กล่าว