เมืองเซินเจิ้นมีคำสั่งห้ามกินเนื้อสุนัขและแมว

02 เมษายน 2563, 20:56น.


          เทศบาลนครเซินเจิ้น เขตเศรษฐกิจพิเศษในมณฑลกวางตุ้ง ของจีนออกประกาศคำสั่งห้ามกินเนื้อสุนัขและแมว โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการขยายข้อกฎหมายของทางการจีนเรื่องการห้ามค้าและกินเนื้อสัตว์ป่า ที่ถูกระบุว่าเป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 โดยนักวิทยาศาสตร์มีข้อสันนิษฐานว่าไวรัสโคโรนาจะมีต้นทางมาจากสัตว์ป่าที่ติดต่อมายังมนุษย์ ซึ่งนับตั้งแต่ช่วงแรกที่พบผู้ป่วยรายแรกในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย มีการตั้งข้อสงสัยว่าเชื้อนี้มาจากเนื้องู หรือเนื้อสัตว์ชนิดอื่นในตลาดค้าสัตว์ป่าในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งจนถึงขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า 935,000 คน และเสียชีวิตแล้วประมาณ 47,000 คน



          เทศบาลนครเซินเจิ้น ระบุว่า สุนัขและแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความใกล้ชิดกับมนุษย์มากกว่าสัตว์อื่น ๆ การห้ามกินเนื้อสุนัขและแมว ตลอดจนสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ คือข้อห้ามที่เป็นเรื่องธรรมดาในประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมถึงในฮ่องกงและไต้หวัน



          โดยเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ สภานิติบัญญัติสูงสุดของจีน เผยแพร่กฎหมายห้ามการค้าและการบริโภคสัตว์ป่า จากนั้นทางการในระดับมณฑลและเมืองใหญ่ทั่วประเทศรับมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย แต่เซินเจิ้นนอกจากจะบังคับใช้กฎหมายแล้ว ยังมีการขยายข้อบังคับครอบคลุมไปถึงสุนัขและแมวด้วย ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคเซินเจิ้น ระบุว่า จีนมีเนื้อสัตว์ทั้งประเภทสัตว์ปีก ปศุสัตว์และอาหารทะเลมากเพียงพอต่อการบริโภค ไม่มีหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นว่าเนื้อสัตว์ป่ามีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าเนื้อสัตว์เหล่านี้



          ด้านกลุ่มสวัสดิภาพสัตว์ได้สนับสนุนคำสั่งของทางการเซินเจิ้น เรื่องการหยุดกินเนื้อสัตว์ป่าโดย นางเทเรซา เทเลคกี้ รองประธานกลุ่มฮิวแมน โซไซตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่าเซินเจิ้นเป็นเมืองแรกของโลกที่เรียนรู้บทเรียนจากการระบาดใหญ่ครั้งนี้อย่างจริงจังและมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดใหญ่อีกครั้ง 



....

ข่าวทั้งหมด