ทันสถานการณ์โลก 06.30 น. วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562

13 ธันวาคม 2562, 05:56น.


ไฟป่าอินโดฯ สร้างความเสียหายมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์



         ธนาคารโลกเผยแพร่คาดการณ์ความเสียหายจากเหตุไฟป่าในประเทศอินโดนีเซีย ที่เกิดขึ้นใน 8 จังหวัดระหว่างเดือนมิถุนายน-ตุลาคม ปีนี้ ทำให้มีความสูญเสียประมาณ 5,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 150,000 ล้านบาท เทียบเท่าร้อยละ 0.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี มีผู้ป่วยจากโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจมากกว่า 9 แสนคน สนามบินต้องปิดทำการชั่วคราว รวมถึงโรงเรียนทั้งในอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ต้องปิดชั่วคราว นอกจากนี้แล้ว เหตุควันไฟที่ถูกพัดพายังทำให้เกิดข้อขัดแย้งระหว่างอินโดนีเซียกับมาเลเซีย



          ทั้งนี้เหตุไฟป่าทำลายพื้นที่ไปมากกว่า 5 ล้าน 8 แสนไร่ สร้างความเสียหายมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งมีพื้นที่ถูกไฟไหม้ 1 ล้าน 6 แสนไร่ เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ยาวนานขึ้น ธนาคารโลกประมาณว่าไฟป่าจะทำให้เศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโตลดลงร้อยละ 0.09 ในปีนี้และ 0.05 ในปีหน้า และคาดการณ์ว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากไฟป่าอินโดนีเซียจะมีปริมาณเกือบสองเท่าของก๊าซจากไฟป่าแอมะซอน ในประเทศบราซิลในปีนี้



สหรัฐฯขึ้นบัญชีดำ2คนสนิทนายกรัฐมนตรีกัมพูชา



          กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีดำ พล.อ.กุน กิม อดีตเสนาธิการใหญ่กองทัพประชาชนกัมพูชา หรือ อาร์ซีเอเอฟ เนื่องจากการเอื้อประโยชน์ให้แก่รัฐวิสาหกิจจีนในโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่จังหวัดเกาะกง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งแม้ว่าต่อมาเขาจะถูกปลดออกจากตำแหน่งแต่ก็ไม่ได้เกิดจากการตรวจสอบการทุจริต แต่เป็นเพราะการขัดผลประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ในรัฐบาล การขึ้นบัญชี พล.อ.กุน กิม ยังครอบคลุมถึงสมาชิกในครอบครัวด้วย



          นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯยังขึ้นบัญชีดำนายไตร ภาพ มหาเศรษฐี ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาชนกัมพูชา หรือ ซีพีพี และสถานประกอบการอีก 11 แห่งที่จดทะเบียนในชื่อของนายไตร ภาพ



          กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ประณามว่า เป็นการละเมิดพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง มาตรการนี้ไม่มีผลในทางปฏิบัติ และแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเท่านั้น



อองซาน ซูจี ยืนยันต่อศาลโลก กองทัพไม่ผิด



          นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีการต่างประเทศเมียนมา ชี้แจงต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือไอซีเจ กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ากองทัพเมียนมาก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา โดยชี้ว่าการที่ชาวโรฮิงญามากกว่า 740,000 คน อพยพข้ามชายแดนไปยังบังกลาเทศเมื่อปี 2560 เป็นผลมาจากการปะทะกันระหว่างกองทัพและกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งแม้จะมีการใช้กำลังที่ไม่เหมาะสมในบางกรณี ก็ไม่สามารถนำมาประเมินว่ากองทัพละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเธอยืนยันว่า  การดำเนินคดีต่อเมียนมาเป็นสิ่งที่ไม่สมบูรณ์และไม่ถูกต้อง คดีนี้อาจอยู่ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ แต่ไม่ใช่อนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการอิสระตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว



อินเดียระอุ ม็อบปะทะตำรวจใน 2 รัฐต้านกฎหมายรับผู้อพยพ ดับแล้ว 2 ศพ



          ที่อินเดีย มีเหตุประท้วงเกิดขึ้นใน 2 รัฐทางตะวันออกของประเทศอินเดีย สืบเนื่องมาจากความไม่พอใจกฎหมายผู้อพยพ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ โดยเหตุปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจในรัฐอัสสัม และรัฐตรีปุระ สืบเนื่องมาจากการประท้วงต่อต้านกฎหมายสัญชาติอินเดียฉบับแก้ไข ซึ่งจะทำให้สัญชาติผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายจากอัฟกานิสถาน, บังกลาเทศ และปากีสถาน แต่ยกเว้นชาวมุสลิม ซึ่งทำให้เกิดการวิจารณ์ว่าเป็นการกีดกันทางศาสนา และทำให้เกิดความกังวลว่าจะทำให้มีผู้อพยพจากบังกลาเทศเพิ่มมากขึ้น



สหราชอาณาจักรเลือกตั้งชี้ชะตาเบร็กซิท



          ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหราชอาณาจักร ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่ยังเป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรือที่เรียกว่าเบร็กซิท ว่าจะยังอยู่ภายใต้การตัดสินใจของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีจากพรรคอนุรักษ์นิยม หรือให้อยู่ภายใต้การตัดสินใจของพรรคแรงงานที่ประกาศว่าจะจัดการลงประชามติอีกครั้ง ที่อาจส่งผลให้สหราชอาณาจักรยังเป็นสมาชิกของกลุ่มอียูต่อไป



เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด



          คณะกรรมการนโยบายเงิน ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจอย่างเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ชั่วข้ามคืนไว้ที่เดิม ซึ่งอยู่ในช่วงร้อยละ 1.50-1.75 และคาดการณ์ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงปี 2564 เป็นอย่างน้อย



          อย่างไรก็ตามมตินี้อาจทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ไม่พอใจ แม้เฟดจะชี้แจงว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับที่ดี และมีแนวโน้มที่ดีสำหรับประธานาธิบดีทรัมป์ในการเลือกตั้งปีหน้า โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีในปีหน้าจะเติบโตร้อยละ 2 ในปีหน้า และเติบโตร้อยละ 1.9 ในปีถัดไป



หุ้นสหรัฐฯ-น้ำมันตลาดโลกปิดบวก



          หุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดในแนวบวก โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 220.75 จุด ปิดที่ 28,132.05 จุด



          เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 26.94 จุด ปิดที่ 3,168.57 จุด



          แนสแดค เพิ่มขึ้น 63.27 จุด ปิดที่ 8,717.32 จุด



          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 42 เซ็นต์ ปิดที่ 59.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล



          ส่วนเบรนต์ลอนดอนงวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 48 เซ็นต์ ปิดที่ 64.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล



 ....

ข่าวทั้งหมด