ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.20น.20 สิงหาคม 2562

20 สิงหาคม 2562, 20:47น.


นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อัดฉีดวงเงินออกสู่ระบบ 3.16 แสนล้านบาท คาดช่วยผลักดันจีดีพี ประมาณร้อยละ 0.5-0.6 หวังให้จีดีพีปีนี้โตสูงกว่าร้อยละ 3 เรื่องเร่งด่วน  3 ด้านหลัก ได้แก่  1.มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ในจังหวัดประกาศเขตภัยแล้ง 13 จังหวัด มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ช่วยเหลือลูกค้า 909,000 ราย ลดภาระดอกเบี้ยร้อยละ 0.1 สำหรับยอดเงินกู้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย เริ่มตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2562- 31 กรกฎาคม 2563  เป็นเวลา 1 ปี และ ธ.ก.ส.ยังขยายเวลาชำระหนี้เงินกู้ให้กับ ลูกค้า ธ.ก.ส.ในจังหวัดประกาศเขตภัยแล้ง เป็นเวลา 2 ปี ไม่เกิน 31 กรกฎาคม 2564 ไม่จำกัดเงินกู้   



นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ยังเตรียมปล่อยสินเชื่อฉุกเฉินภัยแล้ง วงเงิน 50,000 ล้านบาท ยกเว้นดอกเบี้ยในปีแรก  ปล่อยกู้ 50,000 บาท/ราย รวมทั้งยังปล่อยสินเชื่อฟื้นฟูความเสียหายจากภัยแล้ง  วงเงิน 5,000 ล้านบาท ปล่อยกู้  500,000 บาทต่อราย นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระต้นทุนการปลูกข้าวนาปีฤดูกาลผลิตปี 2562/2563 สำหรับผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรภายในเดือนสิงหาคม  3 ล้านราย เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนการปลูกข้าว 500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20 ไร่ 



มาตรการบรรเทาค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคนจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 500 บาทต่อคนต่อเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม-กันยายน 2562  และยังจ่ายเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุถือบัตรสวัสดิการ  500 บาทต่อราย การดูแลมารดาประชารัฐ 300 บาทต่อราย 



มาตรการกระตุ้นการอุปโภคบริโภค เพื่อส่งเสริมคนมีรายได้ระดับปานกลาง กระตุ้นการท่องเที่ยว ผ่านมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วง 3 เดือน กำหนดให้ใช้เงินนอกถิ่นที่อยู่อาศัยตามทะเบียนบ้าน เพื่อกระจายสู่ท้องถิ่นทุกพื้นที่จังหวัดอื่น ด้วยการส่งเงินผ่าน  G-wallet หรือแอปเป๋าตังของธนาคารกรุงไทย สำหรับผู้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคารกรุงไทย  1,000 บาท เมื่อนำเงินออกไปท่องเที่ยวทั่วประเทศเพิ่มเติมจากนั้นจะคืนเงินผ่านแอปให้อีกร้อยละ 15 ของเงินใช้จ่ายเพิ่มเติมไม่เกิน 30,000 บาท กำหนดกลุ่มเป้าหมาย 10 ล้านคน ลงทะเบียนก่อนได้สิทธิ์ก่อน แต่หากลงทะเบียนแล้วไม่ใช้สิทธิ์ต้องดึงสิทธิ์ไปให้คนลงทะเบียนสำรองเอาไว้ต่อไป



ครม.มีมติให้ขยายเวลายกเว้นการเก็บค่าธรรมการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง หรือ Visa On Arrival กับ 18 ประเทศเดิมที่จะหมดอายุในเดือนตุลาคมนี้ขยายออกไปอีก 6 เดือน หมดเดือนเมษายน 2563 ครอบคลุมการท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงตรุษจีนจนถึงสงกรานต์ ส่วนการยกเว้นฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดีย ที่มีการเสนอผ่าน ครม.เศรษฐกิจ ยังไม่มีการพิจารณา เพราะมีหลายกระทรวงที่แสดงความคิดเห็นมา



นายวิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวไทยไตรมาสที่ 2 ปรับตัวลดลงร้อยละ8 จากที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น หลังจากไตรมาสแรกติดลบ ร้อยละ 1.7 เพราะจีน กังวลเรื่องค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลง และเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางไปเที่ยวในระยะใกล้มากๆ เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า และเกาหลีใต้ สถิติจำนวนและรายได้ของนักท่องเที่ยว 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ของปีนี้ มีจำนวน 19.76 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.48 ของปีก่อนหน้า สร้างรายได้ 1.02 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.94 โดยตลาดนักท่องเที่ยวจีน ครึ่งปีแรก ติดลบร้อยละ 4.73 ขณะที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท.ตั้งเป้ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดปีนี้ว่าจะขยายตัวร้อยละ 8



การลงทุนในตลาดหุ้นไทย ปิดที่ 1,625.57 จุด ลดลง 11.69 จุด มูลค่าการซื้อขาย 56,866.61 ล้านบาท  การลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียว ญี่ปุ่น ปิดบวก 114.06 จุด ปิดที่ 20,677.22 จุด รัฐบาลสหรัฐฯ ขยายระยะเวลาในการอนุญาตให้บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีของจีน สามารถซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐฯได้อีก 90 วัน คลายความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ดัชนีฮั่งเส่ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 60.30 จุด ปิดที่ 26,231.54 จุด เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการประท้วงที่มีต่อเศรษฐกิจ หลังจากที่มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของฮ่องกงในปี 2562 จะหดตัวลงร้อยละ 0.3 จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวร้อยละ 1



ทวิตเตอร์ ระงับบัญชีผู้ใช้กว่า 200,000 บัญชี ที่เชื่อว่าเป็นของรัฐบาลจีน มุ่งเป้าโจมตีการประท้วงในฮ่องกง ทวิตเตอร์ ระบุว่า มีบัญชีหลัก 936 บัญชีที่มีต้นตอมาจากจีน เมื่อบัญชีหลัก ทวีตข้อความก็จะมีบัญชีทวิตเตอร์อีกราว 200,000 บัญชี ส่งต่อข้อความ เฟซบุ๊กได้ดำเนินการตรวจสอบเช่นกัน และได้ปิดเพจไปแล้ว 7 เพจ รวมถึงปิดกลุ่มไปแล้ว 7 กลุ่ม และปิดบัญชีผู้ใช้ไปแล้ว 5 บัญชี ที่มุ่งโจมตีผู้ประท้วงในฮ่องกง โดยเรียกผู้ประท้วงในฮ่องกงว่าเป็นแมลงสาบ และผู้ก่อการร้าย



หลังจากศาล มีคำพิพากษาให้จำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา คดีอาวุธปืนไรเฟิล และเครื่องกระสุนปืน ทนายความของนายเปรมชัย กรรณสูต ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 500,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 200,000 บาท โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ มีการสอบถามนายเปรมชัยเกี่ยวกับหนึ่งข้อเสนอที่วันนี้ได้ยื่นก่อนที่ศาลจะพิจารณาพิพากษา กรณีที่จะบวชเป็นเวลา 15 วัน แต่นายเปรมชัย ไม่ตอบคำถาม โดยมีสีหน้าเรียบเฉย และได้ขึ้นรถเดินทางกลับทันที



กรณีนายสิทธิชัย อุไร อายุ 27 ปี ช่างต่อเติมตกแต่งภายในขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่น KSR สีขาว-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เฉี่ยวชนกับแท็กซี่โตโยต้า สีเขียวเหลีอง ทะเบียน 1 มก 8983 กรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดอารมณ์โมโห คว้าอาวุธมีดแทง นายกิติพงษ์ มากจงดี อายุ 53 ปี คนขับรถแท็กซี่ ก่อนที่ทั้งสองคนจะลงมาเจรจากัน แต่ปรากฏว่าฝ่ายนายสิทธิชัย ระงับอารมณ์ไม่อยู่ชกนายกิติพงษ์ จนสลบคาถนน ภายหลังโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอจากกล้องติดหน้ารถยนต์กดดันให้นายสิทธิชัย เข้ามอบตัวกับตำรวจ พนักงานสอบสวนสน.แสมดำ แจ้งข้อหา พยายามฆ่า, ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ, ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย, พกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน  และควบคุมตัวนายสิทธิชัย ไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีแล้ว เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องรอสอบพยานหลายปากและรอตรวจประวัติผู้ต้องหาจึงขอให้ศาลคุมตัวไว้เป็นเวลา 12 วัน  โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ไม่ได้คัดค้านการประกันตัว มีรายงานว่า ญาติของนายสิทธิชัย ไม่สามารถหาหลักทรัพย์มายื่นขอประกันตัวต่อศาลได้ทัน ทำให้ต้องส่งตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำตามกฎหมาย ซึ่งหากทางญาติหาหลักทรัพย์ได้แล้ว ก็ยื่นขอศาลในภายหลังต่อไป



การตายของพะยูนมาเรียม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ ฝากในที่ประชุม ครม.ให้ทุกกระทรวงรณรงค์ ลดและเลิกใช้พลาสติกโดยเฉพาะบริเวณชายหาด แม่น้ำลำคลอง บทลงโทษต่างๆ ต้องนำมาบังคับใช้ ให้ชูเป็นแคมเปญว่า “มาเรียมต้องไม่ตายฟรี” ประเทศไทยต้องร่วมมือกัน ขยายผลให้คนไทยตระหนัก ไม่อยากให้ตื่นตัวเพียงสัปดาห์เดียว อยากให้รณรงค์ต่อเนื่อง



กรณีฝรั่งเศสประกาศใช้กฎหมายภาษีดิจิทัล เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม เรียกเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 3 จากรายได้รวมทั้งปีใช้เฉพาะกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่มีรายได้จากการประกอบธุรกิจในฝรั่งเศสอย่างน้อย 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ(25 ล้านยูโร)และมีรายได้รวมจากธุรกิจทั่วโลก 831 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีผลกระทบกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ นายปีเตอร์ ฮินซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนภาษีของบริษัทแอมะซอน ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจอี-คอมเมิร์ซของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวแทนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ รวมถึงแอมะซอน, เฟซบุ๊กและบริษัทกูเกิล ได้วิจารณ์กฎหมายภาษีดิจิทัลของฝรั่งเศสว่า ไม่เป็นธรรมกับบริษัทสหรัฐฯในหลายๆประเด็น มองเรื่องนี้ว่าจะมีผลกระทบต่อบริษัทคู่ค้าขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)หลายพันแห่ง หรือร้อยละ 58 ของลูกค้าทั้งหมดที่ซื้อขายสินค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซของแอมะซอน บริษัทได้แจ้งให้บริษัทเอสเอ็มอีดังกล่าวได้รับทราบแล้วว่า แอมะซอนไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และจะขึ้นราคาสินค้าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ด้านนายอลัน ลี ตัวแทนจากเฟซบุ๊ก ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นกฎหมายที่ให้มีผลย้อนหลังคือ เก็บภาษีย้อนหลังไปตั้งแต่ต้นปี 2562 ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม ขณะที่ นายนิโคลัส แบรมเบิล ตัวแทนจากกูเกิล มองว่ากฎหมายนี้ใช้บังคับเฉพาะกับบริษัทที่ให้บริการทางอินเตอร์เน็ตรายใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง ตั้งข้อสังเกตว่าในปัจจุบัน เกือบทุกอุตสาหกรรม บริษัทต่างๆล้วนแต่ให้บริการทางดิจิทัล แต่กลับได้รับการยกเว้น ไม่เสียภาษี



นายไซยะพอน ชิตะวง ตำรวจในเมืองหลวงพระบาง ทางภาคเหนือของประเทศลาว เปิดเผยว่า มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิต 13 ศพ บาดเจ็บ 31 คน และมีผู้สูญหายอีก 2 คน หลังจากเกิดเหตุรถทัวร์คันหนึ่งที่บรรทุกนักท่องเที่ยวจีนกว่า 40 คน ประสบอุบัติเหตุตกเหวลึก 30 เมตร ขณะมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงพระบาง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังแห่งหนึ่งของลาว สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุตำรวจจะสอบสวนสาเหตุอย่างละเอียด เบื้องต้นสันนิษฐานว่ารถทัวร์อาจจะมีปัญหาเบรกแตก ทำให้รถลื่นไถลและตกเหว ขณะที่ หน่วยกู้ภัยเก็บกู้ศพทั้ง 13 ศพแล้ว ส่งผู้บาดเจ็บไปรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง เอเอฟพี ตั้งข้อสังเกตว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนในลาวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ สาเหตุสำคัญคือการไม่ทำตามกฎความปลอดภัยในการขับขี่ และตำรวจไม่เข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ เดือนมิถุนายน-ตุลาคม อยู่ในช่วงฤดูมรสุมของประเทศ มีฝนตกหนักเป็นระยะๆ อาจจะทำให้ถนนลื่นกว่าปกติและอาจจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุได้



แฟ้มภาพ รัฐบาลไทย



 

ข่าวทั้งหมด