ทันสถานการณ์โลก 06.30 น. 16 พฤษภาคม 2562

16 พฤษภาคม 2562, 05:12น.


สหรัฐฯ พยายามรณรงค์อย่างมากไม่ให้ชาติพันธมิตรใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ของหัวเว่ยสร้างเครือข่าย 5 จี โดยให้เหตุผลว่ามีความวิตกกังวลที่เทคโนโลยีและอุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นช่องทางให้จีนแอบสอดแนมทำจารกรรม ด้านหัวเว่ย นอกจากยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวมาตลอดแล้ว ล่าสุด เหลียง ฮัว ประธานกรรมการของบริษัทหัวเว่ย แถลงที่กรุงลอนดอน ของอังกฤษ ว่าบริษัทพร้อมลงนามข้อตกลงกับรัฐบาลประเทศต่างๆ รวมถึงอังกฤษ เพื่อให้คำมั่นยืนยันว่าบริษัทผลิตอุปกรณ์มีมาตรฐาน ไม่มีการติดตั้งระบบสอดแนม หัวเว่ย ไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับการเมืองและไม่ได้ดำเนินการในนามรัฐบาลจีนในตลาดโลก แต่ทำธุรกิจอย่างถูกต้องสอดคล้องตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่บังคับใช้ในแต่ละประเทศ อังกฤษ อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะอนุญาตให้หัวเว่ย มีส่วนร่วมในการสร้างเครือข่าย 5 จีของอังกฤษหรือไม่จะมีการประกาศเร็วๆนี้  รัฐบาลอังกฤษ แถลงว่า ความปลอดภัยและความยืดหยุ่นของเครือข่ายโทรคมนาคมของประเทศชาติมีความสำคัญสูงสุด อังกฤษ จะควบคุมอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับวิธีการนำเอาอุปกรณ์ของหัวเว่ยมาประยุกต์ใช้ในประเทศ



ผู้บริหารของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เช่น กูเกิ้ล, ทวิตเตอร์, เฟซบุ๊ก และไมโครซอฟต์ ได้พบกับผู้นำฝรั่งเศสและนิวซีแลนด์รวมถึงประเทศอื่นๆที่กรุงปารีส เพื่อเปิดตัว ไครสต์เชิร์ช คอลล์ พันธกรณีโดยสมัครใจบนแพลตฟอร์ม โดยใช้ชื่อเมืองไครสต์เชิร์ช ในประเทศนิวซีแลนด์ ที่เกิดเหตุมือปืน กราดยิงมัสยิดสองแห่ง เมื่อสองเดือนก่อน คนร้ายเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ถ่ายทอดสดจากกล้องติดศีรษะของคนร้ายในเฟซบุ๊ก สื่อออนไลน์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว หลังมีการอัพโหลดและแชร์กันออกไปนับล้านครั้งแม้เฟซบุ๊กจะพยายามตามลบแล้วก็ตาม นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ แถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสว่า ไครสต์เชิร์ช คอลล์ เป็นแผนเพื่อปฏิบัติโดยทุกฝ่ายต้องทำให้อินเตอร์เน็ตมีมนุษยธรรมมากกว่านี้ เราไม่สามารถปล่อยให้พวกก่อการร้ายนำไปใช้ในจุดประสงค์เพื่อให้เกิดความชิงชัง  ต่อมาบริษัทกูเกิ้ล, ไมโครซอฟต์, เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ และอะเมซอน ได้ออกแผนปฏิบัติการ 9 ข้อร่วมกันผลักดันคำมั่นของข้อเรียกร้องเพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยคุกคามที่มีการถ่ายทอดสด นอกจากนั้นก็จะร่วมกันติดตามจากข้อมูลดิจิตอลเพื่อถอดถอนภาพหรือคลิปวิดีโอที่เป็นอันตราย



นายไอดิล โบลฮัสซัน หัวหน้าตำรวจในรัฐซาราวัก ทางตะวันออกของมาเลเซีย เปิดเผยว่า เด็กสาววัย 16 ปี จากเมืองกูชิง รัฐซาราวัก ได้ทำแบบสอบถามในอินสตาแกรมด้วยคำถามที่ว่า “คำถามสำคัญมาก ช่วยฉันเลือกว่าควรจะมีชีวิตอยู่หรือฆ่าตัวตาย” ซึ่งหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง เธอก็ได้กระโดดลงมาจากหลังคาตึกในรัฐซาราวัก เมื่อวันจันทร์ที่ 13 พ.ค. หัวหน้าตำรวจ กล่าวว่า คำตอบที่เธอได้รับจากโลกโซเชียลคือร้อยละ 69 ของผู้ติดตามเธอในอินสตาแกรม เลือกให้เธอจบชีวิต ตำรวจได้เข้ามาสอบสวนหลังการเสียชีวิตเพื่อพิสูจน์หาปัจจัยอื่นๆ ซึ่งที่ผ่านมาเธอเคยมีประวัติโรคซึมเศร้า ส.ส.มาเลเซีย เรียกร้องให้สอบสวนเรื่องนี้ นายรามคาร์ปัล ซิงห์ ส.ส.และนักกฎหมาย กล่าวว่า คนที่โหวตให้เด็กสาวเสียชีวิตจะต้องมีความผิดด้วย ฐานสนับสนุนให้กระทำการฆ่าตัวตาย ตามกฎหมายของมาเลเซีย บัญญัติไว้ว่า บุคคลใดก็ตามที่กระทำผิดฐานสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้เยาว์ฆ่าตัวตาย ต้องรับโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต และโทษปรับ



ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน หลังจากที่สหรัฐฯได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่เล่นงานอิหร่าน และส่งกองกำลังเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลาง โดยบอกว่ามีภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากอิหร่านต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ แหล่งข่าวอิรักและทางการทูตภายในเขตกรีนโซนของกรุงแบกแดด เปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสหรัฐฯบินอยู่เหนือน่านฟ้าของกรุงแบกแดดเพื่อทำหน้าที่รับส่งเจ้าหน้าที่ของสถานทูตสหรัฐฯออกนอกพื้นที่และดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตกรีนโซนซึ่งมีสถานทูตสหรัฐฯตั้งอยู่ในเขตนี้ด้วย แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ได้นำเจ้าหน้าที่บินไปยังฐานทัพนอกกรุงแบกแดด รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังใช้มาตรการใหม่เพื่อสร้างความกดดันรัฐบาลอิหร่านด้วยการเสริมกำลังทหารเข้าไปในตะวันออกกลาง เพื่อต่อต้านสิ่งที่เรียกว่าเป็นภัยคุกคามจากอิหร่านต่อทหารสหรัฐฯและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ รัฐบาลเยอรมัน ซึ่งมีทหาร 160 คนอยู่ในอิรักและรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือน 169 คนอยู่ในอิรัก ได้ระงับโครงการฝึกอบรมด้านการทหารให้อิรัก โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัยเช่นกัน ส่วนสถานทูตเนเธอร์แลนด์ในกรุงแบกแดด ยังเปิดให้บริการ กองทัพฝรั่งเศส ไม่มีแผนที่จะระงับโครงการฝึกในอิรัก



นายสุมิธ อาตาปัตตู โฆษกกองทัพบกของศรีลังกา เปิดเผยว่า หลังจากคืนวันอังคาร รัฐบาลศรีลังกา ใช้มาตรการห้ามประชาชนออกจากเคหสถานในเวลาค่ำคืนทั่วประเทศตั้งแต่เวลา 21.00 น.เป็นต้นไป หลังจากเมื่อวันจันทร์ เกิดเหตุรุนแรงต่อชาวมุสลิม โดยเฉพาะการปล้นสดมภ์ร้านค้าและบุกทุบทำลายกระจก,หน้าต่างและเผาคัมภีร์อัลกุรอานของมัสยิดแห่งหนึ่งในย่านกุลิยาปิติยา ทางตอนเหนือของกรุงโคลัมโบ มีชาวมุสลิม เสียชีวิต 1 ศพ ภาพรวมของสถานการณ์ในขณะนี้ ตำรวจจับผู้ก่อเหตุจลาจลกว่า 70 คน ในจำนวนนี้รวมถึงผู้นำองค์กรชาวพุทธแนวคิดขวาจัด เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของศรีลังกา ควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด และไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น



CR:BBC,Reuters



 

ข่าวทั้งหมด