ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2562

25 เมษายน 2562, 09:14น.


ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2562



+++ประเด็นขึ้นค่ารถเมล์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ขึ้นค่าโดยสารรถเมล์แบบก้าวกระโดด 5-7 บาทว่า อาจมีผลกระทบกับประชาชนเป็นจำนวนมากที่ใช้บริการ แต่การขึ้นค่าโดยสารก็เป็นไปตามมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบก ซึ่งมีการพิจารณามาอย่างต่อเนื่องไม่ใช่มาขึ้นราคาหลังการเลือกตั้ง แต่จะต้องประเมินผลกระทบและปรับลดปัญหาให้มากที่สุด พร้อมทั้งปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้น จึงขอให้คำนึงถึงต้นทุนและหนี้สินที่ ขสมก.ต้องแบกรับ ซึ่งในวันนี้มีทั้งรถใหม่ และการนำรถเก่ามาปรับปรุงใหม่ ถือเป็นความก้าวหน้าในรัฐบาลยุคนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หลายอย่างยังไม่ได้ดำเนินการแต่มีการตีข่าวทำให้สับสนและตีกลับมาว่ารัฐบาลเผด็จการ ซึ่งจะทำให้ไปต่อไม่ได้ เพราะรัฐบาลก็ทำหน้าที่ของรัฐบาลเพื่อให้ประเทศเดินต่อไปได้อยู่แล้ว



+++ส่วน มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่จะมีการเสนอขอใช้งบประมาณกลางในส่วนของรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 15,000 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชน คนละ 1,500 บาท นำไปใช้จ่ายซื้อสินค้า และบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ E-payment ในเมืองรอง 55 จังหวัด ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาศึกษา แต่ข่าวออกมาก่อน  ซึ่งในเรื่องนี้ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องนำมาศึกษา ทั้งงบประมาณและเรื่องภาษีจึงขอทุกคนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ซึ่งมาตรการทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการส่งออก และเมื่อโลกมีผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ทำให้การส่งออกของไทยลดลง จึงจะต้องมีการใช้จ่ายภายในประเทศด้วย  ซึ่งหากคนไม่กล้าใช้เงินรัฐบาลก็ไม่สามารถทำอะไรได้



+++ดังนั้นจึงขอร้องให้คนที่มีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินต้องช่วยกัน มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย ส่วนคนที่มีรายได้น้อยรัฐบาลจะดูแลเพื่อให้สามารถดำรงชีพได้  ซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน หากจะหวังแต่ได้อย่างเดียวรัฐบาลก็ไม่สามารถทำให้ได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเพื่อให้เม็ดเงินลงไปในพื้นที่



+++กลายเป็นประเด็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ฉุนตบหน้านักข่าว น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก wassana nanuam ระบุว่า ยังงี้ เค้าเรียกว่า ไปกันใหญ่ จริงๆ “ลุงป้อม” กำลังตกเป็นเป้าทางการเมือง เลี่ยงตอบคำถามนักข่าวมาหลายเรื่อง จนมาถึงเรื่องเวบฯInvesting จัดให้ติดอันดับเศรษฐีเอเชีย แต่วานนี้ลุงแกก็ไม่ตอบ เมื่อโดนนักข่าวถาม โดยให้โฆษกกลาโหม ชี้แจงแทนว่าเป็น เวบฯนี้จดทะเบียนโดยต่างชาติ ที่เกาะBritish Virgin กำลังตรวจสอบว่าเชื่อมโยงนักการเมืองหรือไม่ แต่ยันไม่ได้ร่ำรวย มีทรัพย์สินเท่าที่ชี้แจง ต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.  แต่พอดีวันนี้ลุงป้อมมาทำท่านี้ที่ทำเนียบฯ น้องๆนักข่าวที่ทำเนียบฯ อาจไม่เคยเห็น เลยคิดว่าเอาจริง หรือหยอกเล่น แถมลุงป้อม กัดฟัน หน้าตาจริงจัง แถมเป็นการถามในเรื่อง เวบฯเรื่องทรัพย์สิน เลยทำให้ออกข่าวว่า ฉุน โมโห ตบนักข่าว



+++จนที่สุด ข่าวในออนไลน์ และกระแสโจมตี พล.อ.ประวิตร ก็ทำให้ข่าวถูกบิดเบือน ใส่สี กลายเป็น ตบนักข่าว และกลายเป็นตบหน้านักข่าว แต่นักข่าวไม่แจ้งความ ไม่เอาเรื่อง ไปกันใหญ่ จริงๆ กระแสความขัดแย้ง แตกแยก เกลียดชัง ทำให้ข้อเท็จจริง ทั้งๆที่เกิดกับนักข่าวเองแท้ๆ ยังถูกบิดเบือนไปได้ถึงเพียงนี้ ที่พูดนี่ ไม่ใช่ปกป้อง หรือแก้ตัวแทน แต่เห็นข่าวลือ ใส่สี และ เวบข่าว ที่ไม่ใช่สื่อหลัก เขียนไปกันใหญ่ ผิดจากข้อเท็จจริง ไปมาก โดยเฉพาะกลายเป็นตบหน้านักข่าว นักข่าวไม่ยอมเอาเรื่อง ปัดโธ่เอ๊ย ข่าวลือไปถึงขั้นนั้น แค่ชกพุง เนี่ยนะ แล้วไม่ได้แรงเลย แค่แตะเบาๆ แถมลุงน่าจะเจอ หัวเข็มขัด อ่ะ555 เห็นทีว่า ลุงป้อม ต้องไปทำบุญ สะเดาะเคราะห์แล้วล่ะช่วงนี้ โดนต่อเนื่อง เพิ่งกลับมาให้สัมภาษณ์ มาเจอเรื่องนี้เข้าไป น้องๆนักข่าวสายทหาร ยังบอกเลยว่า สงสัยลุงป้อมจะงดให้สัมภาษณ์ อีกยาว แน่ๆเลย โชคดีนะลุง”วาสนา ระบุ



+++บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เปิดเผยว่า นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีภารกิจมากขึ้น  ทำให้ไม่มีเวลาปฏิบัติงานให้กับบริษัทได้อย่างเต็มที่ โดยมีผลในวันที่ 24 เมษายน 2562  ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการของบริษัทอยู่ระหว่างการสรรหาบุคคลที่เหมาะสม เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาแต่งตั้งให้เข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างลงต่อไป



+++ตัวเลขเศรษฐกิจ นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหาภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย หรือ จีดีพี ปีนี้ มีความเสี่ยงที่จะเติบโตได้ต่ำกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง.ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 3.8  จากการส่งออกที่ชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงปลายปี ซึ่งเป็นผลมาจากการค้าระหว่างประเทศชะลอลง และจะต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัว และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าภาคการลงทุนและการบริโภคในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่อง



+++ด้านตัวเลขการส่งออกของไทย โดยเฉพาะในไตรมาส 1  มองว่า จะติดลบกว่าที่ได้ประมาณการณ์ไว้ และติดลบต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 2 ทำให้การส่งออกของไทยปีนี้ อาจจะเติบโตต่ำกว่าร้อยละ 3 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย โดยจีดีพีไตรมาส 1 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.4 และไตรมาส2  คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้เกือบร้อยละ 3 ทำให้ครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ประมาณร้อยละ 3.2 ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ เป็นความเสี่ยงที่จะต้องติดตาม หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในช่วงเดือนมิ.ย. เชื่อว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย แต่หากการจัดตั้งรัฐบาลยืดเยื้อไปจนถึงช่วงเดือนก.ย.ก็อาจจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุน การบริโภค ของประเทศ รวมถึงการลงทุนของภาครัฐได้ ดังนั้นความท้าทายของรัฐบาลขณะนี้คือการทำให้การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนเติบโตได้ต่อเนื่อง



+++ครม.อนุมัติขยายมาตรการยกเว้นเก็บค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราของคนต่างด้าว ซึ่งประสงค์จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยวเป็นเวลาไม่เกิน 15 วัน โดยให้ยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมออกไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-31 ต.ค.2562 โดย “นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์” โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีการเปรียบเทียบในช่วงที่ยกเลิกค่าธรรมเนียม คือ 15 พ.ย.2561-31 มี.ค.2562 กับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหน้า พบมีผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ80



+++คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เห็นชอบเรื่องการขออนุมัติจัดทำร่างบันทึกความร่วมมือระหว่างรัฐบาลทั้งสามประเทศ และจะมีการลงนามในการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation (BRF) ระหว่างวันที่ 25-27 เมษายนนี้ ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน สำหรับการดำเนินงานจะมีการเชื่อมต่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน และจีน-ลาว เป็นการสนับสนุนการเชื่อมโยงต่อภูมิภาค ส่วนเรื่องพิธีการศุลกากรและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งชายแดนบริเวณฝั่งไทยและลาว ในอนาคตจะมีการพิจารณาความเป็นไปได้เรื่องการลดขั้นตอนพิธีการศุลกากร



+++บ้านลอยน้ำ นายวิวัธน์ ชิดเชิดวงศ์  เจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต  เปิดเผยว่า หลังยกบ้านลอยน้ำของกลางขึ้นฝั่งเก็บไว้บริเวณพื้นที่ท่าเรือน้ำลึก เพื่อเป็นวัตถุพยาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิชิต มีการกั้นพื้นที่โดยรอบแล้ว และอีกส่วนที่เป็นฐานของบ้าน อยู่ระหว่างรออุปกรณ์เครื่องมือและเครนตัวใหญ่ของท่าเรือน้ำลึกทำการยกขึ้นมา จากนั้น นำไปวางคู่กันบริเวณที่จัดไว้ภายในพื้นที่ของท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เพื่อประกอบคดี



+++ส่วนพนักงานสอบสวนสภ.วิชิตและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรายละเอียดบัญชีวัตถุพยานเพื่อประกอบสำนวนในการดำเนินคดีกับกลุ่ม Seasteading  มีนายเชด แอนดริว เอลวอทอวสกี้ ชาวอเมริกัน  กับภรรยาคนไทย  น.ส.สุปรานี เทพเดช  หรือ Nadia Summergirl  ที่ประกาศความสำเร็จในการนำวัตถุลอยน้ำไปติดตั้งที่บริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะราชาใหญ่ ห่างจากเกาะภูเก็ต ประมาณ 14 ไมล์ทะเล  ตามแนวทางของกลุ่ม Seasteading  และมีการโฆษณาชักชวนให้ผู้ที่ชื่นชอบในแนวคิดดังกล่าว มาอาศัยอยู่เพื่อจัดตั้งชุมชน มีเป้าหมายที่จะสถาปนาเป็นรัฐอิสระหรือเขตปกครองตนเอง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหากระทำการใด ๆ เพื่อให้ราชอาณาจักรหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของราชอาณาจักรตกไปอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐต่างประเทศ หรือเพื่อให้เอกราชของรัฐเสื่อมเสียไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119  และฐานความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนอยู่ระหว่างรออัยการสูงสุดแต่งตั้งพนักงานสอบสวนร่วมและอนุมัติจับกุม โดยมี พ.ต.อ.วิฑูรย์ กองสุดใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ดำเนินการตามกฎหมาย



+++วันนี้ต้องติดตาม หลังตำรวจสน.ลุมพินี คุมตัว นายคเณศพิศณุเทพ จักรภพมหาเดชา อายุ 44 ปี นักธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และเจ้าของร้านตัดสูทให้โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่มีอาการคลุ้มคลั่งใช้มีดแทงร่างกายตัวเองและยังปล่อยงูกลางถนน ราชดำริ สร้างความแตกตื่นให้แก่ประชาชน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 เม.ย. พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี นำตัวชายผู้ก่อเหตุไปทำการรักษาอาการบาดเจ็บ และตรวจสอบสภาพจิตที่โรงพยาบาลแล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด เนื่องจากยังมีอาการบาดเจ็บจากบาดแผลของมีคม และยังไม่มั่นใจว่าชายรายนี้ถูกงูกัดด้วยหรือไม่ ต้องรอดูอาการจนแน่ใจก่อน อีกทั้ง ยังต้องรอผลการตรวจสอบสภาพทางจิตจากแพทย์อย่างชัดเจนก่อนว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่ และการก่อเหตุเกิดขึ้นจากสาเหตุใด ก่อนจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป



+++จากการสอบสวนภรรยาและลูกสาวของชายรายนี้ ทราบว่า เคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านปทุมวัน และประตูน้ำ โดยชายคนดังกล่าวก็มีอาการคลุ้มคลั่งภายในห้าง ส่วนวันนี้ทราบว่า ได้โทรศัพท์นัดหมายให้ภรรยาเดินทางมาพบที่ห้างบิ๊กซี ราชดำริ แต่ไม่ทราบมาก่อนว่าสามีจะมาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว และเริ่มมีอาการกำเริบมาได้สักพักหนึ่งแล้ว ส่วนกรณีที่ชายรายนี้ มีการกล่าวถึงบิดาเป็นอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และมีพี่ชายเป็นทหารยศพลโทชื่อดัง จากการตรวจสอบชื่อและนามสกุลในทะเบียนราษฎร์ ยังไม่พบว่ารายชื่อของบุคคลที่ถูกกล่าวอ้าง ในเบื้องต้นได้ให้พนักงานสอบสวนสอบถามไปยังตำรวจและทหาร ทั้ง 2 นายแล้วว่า มีความรู้จักเกี่ยวข้องกันหรือไม่อย่างไรส่วนกรณีที่ผู้ก่อเหตุโวยวายหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกายนั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่เข้าไปให้การช่วยเหลือ ไม่มีใครทำร้ายร่างกาย และอาการบาดเจ็บนั้นล้วนเกิดขึ้นการกระทำของตัวเอง



+++ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดทำสถิติใหม่อีกแล้ว เมื่อคืนนี้ นายเริงชัย คงทอง รองผู้ว่าการระบบส่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 20.29 น. ได้เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ใหม่ ในระบบ กฟผ. อยู่ที่ 30,120.2 เมกะวัตต์ อุณหภูมิ (กทม.) 32.6 องศาเซลเซียส สูงกว่าสถิติเดิม เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2562 เวลา 21.35 น. ที่ 29,680.3 เมกะวัตต์ อุณหภูมิ (กทม.) 32.0 องศาเซลเซียส เนื่องจากสภาพอากาศร้อน ทำให้ประชาชนเปิดแอร์ในภาคที่อยู่อาศัยจำนวนมาก

ข่าวทั้งหมด