นายกฯ เร่งแก้ไขข่าวเท็จ ยืนยัน ห่วงการทำงานของรัฐบาลมากกว่าห่วงคะแนนเสียง

11 กุมภาพันธ์ 2562, 16:10น.


พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการสร้างการรับรู้สู่ชุมชน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การสร้างรับรู้สู่ชุมชน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่สร้างความสับสน จึงต้องแก้ไขในเรื่องนี้อย่างเร็วที่สุด เพราะประชาชนอาจจะไม่เข้าใจทั้งข่าวเท็จ ข่าวปลอม และข่าวบิดเบือน ที่มีการเผยแพร่ผ่าน Social ซึ่งหากเราไม่มีภูมิคุ้มกันและไม่มีการสร้างการเรียนรู้ก็ไปด้วยกันไม่ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ตาม ซึ่งกฎหมายปกติ หรือพ.ร.บ.ต่างๆ รวมทั้งการออกคำสั่งตามมาตรา 44 และราชกิจจานุเบกษา ทุกคนเข้าใจดีว่ามีขั้นตอนอย่างไร พร้อมย้ำว่า รัฐบาลได้มีการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เสริมสร้างให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง ทั้งแก้ไขปัญหาความยากจน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายรายได้สู่ชุมชน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต





ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่บางพรรคเสนอนโยบายประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรทุกสัปดาห์ว่าเพราะหลายโครงการต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ และปกติก็มีการประชุม ครม. ทุกสัปดาห์อยู่แล้ว



ส่วนเรื่องแก้ปัญหาฝุ่นละออง ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยต้องแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น กลาง และยาว รวมทั้งต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจด้วย



นายกรัฐมนตรี ขอให้ข้าราชการทุกคนอ่านหนังสือหลักราชการพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งจัดพิมพ์ไว้สำหรับแจกข้าราชการในโอกาสตรุษสงกรานต์ เมื่อ พ.ศ.2457 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับไหวพริบการทำงาน การรู้เท่าทัน ความซื่อตรงและความจงรักภักดี ในการปฎิบัติหน้าที่ราชการ



หลังจากเปิดงาน นายกรัฐมนตรี ย้ำถึงกรณีที่มีบุคคลแอบปล่อยเอกสารคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 2/2562 ปลอม เรื่องการปลด  3 ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ว่าไม่ทราบว่าบุคคลที่ปล่อยข่าวมีวัตถุประสงค์อะไร แต่ยืนยันว่า ไม่สามารถใช้ มาตรา 44 สั่งโยกย้ายหรือปลดใครออกจากตำแหน่ง นอกจาก จะเกิดปัญหาขึ้น ซึ่งตนเองก็ไม่มีปัญหากับใครทั้งสิ้น เพราะทุกคนคือพี่น้องและคบกันมาหลาย 10 ปีแล้ว แต่หากไม่ชอบตนเองก็ต้องยอมรับ และทุกคนต้องยอมรับซึ่งกันและกัน



บทบาทการวางตัวกับผู้นำเหล่าทัพ หลังได้รับเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า วางบทบาทของตนเองโดยไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้ง หากมีการเสนอเข้ามาก็อนุมัติกลับไป เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ



ส่วนจะทำให้พรรคชนะการเลือกตั้งหรือไม่  มองว่าเป็นเรื่องของพรรค แต่ตนเองขอทำงานของรัฐบาลต่อไป เพราะเรื่องนี้สำคัญ แต่ยอมรับว่าเป็นห่วงว่าในวันข้างหน้าจะมีการสานต่องานของรัฐบาลหรือไม่ มากกว่าห่วงเรื่องคะแนนเสียง ทั้งนี้ ยังปฏิเสธว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่รู้สึกอึดอัด  ขอสื่ออย่ามาหาเรื่องกัน เพราะตนเองทำตามขั้นตอนทุกอย่าง



ผู้สื่อข่าว:ปิยะธิดา เพชรดี



 



 



 

ข่าวทั้งหมด