พรรคอนาคตใหม่ ชู3นโยบายรากฐาน เพิ่มเบี้ยเลี้ยงคนชรา1,800บาท

16 ธันวาคม 2561, 14:40น.


การแถลงเปิดตัวนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ด้วยสโลแกน "เปิดวิสัยทัศน์ เปลี่ยนอนาคต" นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดตัวด้วยการพูดถึงการถดถอยในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศไทยที่จากก่อนแข่งกับเกาหลีใต้ แต่ปัจจุบันกำลังจะแข่งกับอินโดนีเซีย ทั้งปัจจุบันประเทศยังเกิดความเหลื่อมล้ำในระดับสูง ก่อนระบุว่าพรรคมี 3 นโยบายรากฐานที่จะเป็นการมุ่งพัฒนาบุคคล, เพิ่มองค์ความรู้ และจัดการทรัพยากร เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงทรัพยากรที่ดีได้ ประกอบด้วย นโยบายยุติระบบราชการรวมศูนย์, นโยบายปฏิวัติการศึกษา และนโยบายไทยเท่าเทียม สวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร นอกจากนี้ พรรคยังมีอีก 8 นโยบายที่จะนำเสนอ เช่น ทลายเศรษฐกิจผูกขาด, ปฏิรูปกองทัพ, เกษตรก้าวหน้า, เปิดข้อมูลรัฐกำจัดทุจริต เป็นต้น โดยทั้ง 11 นโยบายจะมาล้อกับนโยบายที่ 12 ที่เป็นคานของพรรค คือ การปักธงประชาธิปไตย ล้างมรดกการรัฐประหาร



นาย ธนาธร ย้ำว่า ทุกนโยบายไม่ได้ออกแบบมาเพื่อหาเสียงหรือแก้ปัญหาทีละจุด แต่ทุกนโยบายมุ่งแก้ปัญหาอย่างเชื่อมโยงกัน และมั่นใจว่าจะแก้ปัญหาประเทศได้ พร้อมระบุถึงสาเหตุในการเข้ามาทำงานการเมืองว่าต้องการให้สังคมเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องการให้คนรุ่นหลังเติบโตขึ้นมาพร้อมกับการรัฐประหารและอยู่กับกลุ่มอภิสิทธิ์ชนที่เอาเปรียบประชาชนส่วนใหญ่อีกต่อไป



ด้านนาย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ระบุถึงนโยบายยุติระบบราชการแบบรวมศูนย์ว่า พรรคต้องการให้ท้องถิ่นยกเลิกการพึ่งพาจากส่วนกลาง หวังให้เกิดการกระจายอำนาจ, กระจายรายได้มากขึ้น โดยมีแนวนโยบายต่างๆ เช่น ออกมาตรการที่เกี่ยวกับการเข้าจัดการกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ขัดขวางต่อการกระจายอำนาจ, เสนอแก้รัฐธรรมนูญเพื่อบัญญัติการส่งเสริมการกระจายอำนาจไว้ในรัฐธรรมนูญ, ส่งเสริมให้มีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งอาจรวมถึงการให้จังหวัดบางจังหวัด เช่น สามจังหวัดชายแดนภาคใต้, จ.ภูเก็ต, จ.เชียงใหม่ เป็นเขตปกครองตัวเองแบบกรุงเทพฯ พร้อมเสนอให้ตั้งสภาพลเมืองขึ้นเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบท้องถิ่นด้วย เป็นต้น ทั้งหมดนี้ถ้าพรรคได้เป็นรัฐบาลจะเดินหน้าจัดการทันที ส่วนเรื่องสวัสดิการถ้วนหน้า พรรคอนาคตใหม่มีแนวคิดเพิ่มวันลาคลอดเป็น 180 วันหรือครึ่งปี, เพิ่มเบี้ยยังชีพคนชราเป็น 1,800 บาท, เพิ่มงบบัตรทองเป็น 4,000 บาท และมีเงินอุดหนุนเยาวชนทุกคนคนละ 2,000 บาท โดยตั้งเป้าใช้งบทั้งสิ้น 650,000 ล้านบาท ซึ่งงบบางส่วนจะนำมาจากการยกเลิกงบประจำปีของกระทรวงกลาโหม, ลดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการลงทุนในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เป็นต้น

ข่าวทั้งหมด