สรุปข่าว19.30 น.วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

14 พฤศจิกายน 2561, 19:16น.


สรุปข่าว19.30 น.วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561



+++พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพบหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) ครั้งที่ 33 ที่ประเทศสิงคโปร์  โดยประธานาธิบดีปูตินได้กล่าวกับนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ว่า ยินดีที่ได้พบกับท่านอีกครั้ง หลังจากได้พบหารือกันสั้นๆ ที่กรุงปารีส เมื่อเร็วๆ นี้ แต่โดยปกติแล้ว เราควรรักษาการติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับ นักท่องเที่ยวรัสเซียได้ใช้จ่ายเงินในการมาท่องเที่ยวในประเทศไทยกว่า 2,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 70,000 ล้านบาท) ประธานาธิบดีรัสเซียยืนยันความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับไทยอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ และกล่าวอวยพรให้การเลือกตั้งของไทยในปีหน้าประสบผลสำเร็จ



+++นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า จะเร่งพิจารณาประกาศเขตเลือกตั้งให้เสร็จก่อนกฎหมาย ส.ส.มีผลบังคับใช้ เพื่อไม่ให้เป็นมูลเหตุที่จะทำให้ต้องเลื่อนการเลือกตั้ง รวมทั้งยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยอะไรที่จะทำให้วันเลือกตั้งต้องเปลี่ยนแปลง จากวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เบื้องต้น กกต.ได้เตรียมพร้อมในทุกระดับสำหรับการเลือกตั้ง ส่วนการพิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งที่ยังล่าช้าในขณะนี้เป็นเพราะ การแบ่งเขตครั้งนี้เขตเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กกต.จึงต้องพิจารณาเพื่อให้เกิดความมั่นใจ แต่ก็เชื่อว่าจะสามารถส่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ในเร็ววันนี้

+++ด้านพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ กกต. จะได้พบหารือกับเอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆ ที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ร่วมถึงองค์กรระหว่างประเทศ โดยประธาน กกต. มองว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่จะชี้แจงการทำงานของ กกต. ส่วนกรณีที่อียูจะเสนอรายชื่อบุคคลที่เข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง กกต.ยังไม่ได้พิจารณาในเรื่องนี้



+++กรณีสมาชิกพรรคเพื่อไทยจะเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศสิงค์โปร์ เลขาธิการกกต.กล่าวว่า ถ้าเป็นข่าว กกต.ก็ตรวจสอบอยู่แล้ว อะไรที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง แต่ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องไหนถึงขั้นที่จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นก็ต้องดูว่าเข้าข่ายครอบงำหรือไม่ ซึ่งต้องใช้เวลาในการติดตามข้อเท็จจริงที่น่าจะมีมาก แต่จะถามว่าพฤติการณ์หรือข้อเท็จจริงในลักษณะใดที่จะเรียกว่าเข้าข่ายครอบงำ คงระบุตายตัวได้ยาก ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและการรวบรวมหลักฐานของฝ่ายสืบสวนสอบสวน



+++พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ชี้ชัดว่า จะต้องมีผู้ใดรับผิดชอบกรณีนักมวยเด็กเสียชีวิต จากการแข่งขันชกมวยในจังหวัดสมุทรปราการ แต่จากการตรวจสอบพบว่า ผู้จัดมีการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง  โดยคำขอระบุ จัดการแข่งขันมวยเด็กอายุระหว่าง 10-25 ปี หารายได้เพื่อการกุศล  แต่เมื่อมีการเสียชีวิตเกิดขึ้น ตำรวจจำเป็นต้องสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้งรอผลการชันสูตรพลิกศพสาเหตุการเสียชีวิต และต้องการทราบข้อเท็จจริงว่า  มีการประมาทเกิดขึ้นหรือปล่อยปละละเลยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันหรือไม่  ส่วนประเด็นการนำเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จัดให้มีการชกมวย เข้าข่ายใช้แรงงานเด็กหรือค้ามนุษย์หรือไม่ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าต้องรอผลการสอบสวนให้ชัดเจนก่อน



+++นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน ( กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง.มีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี โดย 3 เสียงให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.75 ต่อปี แต่การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากในระดับปัจจุบันจะทยอยลดความจำเป็นลง



+++เสียงของกรรมการที่ให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเป็น 3 เสียง จากการประชุมรอบที่แล้วที่มี 2 เสียง และคณะกรรมการได้ให้น้ำหนักถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลต่อการส่งออกของไทย หลังจากการส่งออกเดือนกันยายนชะลอตัวลง โดยผลส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะเดียวกันคณะกรรมการให้ติดตามพฤติกรรมการก่อหนี้ของภาคครัวเรือนและความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจเอสเอ็มอี



+++ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดตลาดบ่าย ปรับลด 7.48 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,652.30 จุด มูลค่าการซื้อขาย 44,897.05 ล้านบาท



+++ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดขยับขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน หลังจากทางการจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอในวันนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดขยับขึ้น 35.96 จุด ที่ 21,846.48 จุด



+++ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวลดลง 138.44 จุด ปิดวันนี้ที่ 25,654.43 จุด



+++กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ออกรายงานภาวะตลาดน้ำมันประจำเดือนพ.ย. โดยคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะน้ำมันล้นตลาดในปีหน้า พร้อมกับปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกในปีหน้า โดยระบุว่าจะขยายตัวเพียง 1.29 ล้านบาร์เรล/วัน ลดลง 70,000 บาร์เรล/วันจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนที่แล้ว และเป็นการปรับลดตัวเลขคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน



+++ผลการศึกษาพฤติกรรมของวัยรุ่นอายุ 13-18 ปี หรือคนกลุ่มไอเจน (iGen) กว่า 1 ล้านคน ของจีน ทเวงกี้ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจาก ม.แซนดิเอโก ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ พบว่าสมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดียคือตัวการทำให้คนไอเจนไม่พอใจและบ่นได้ทุกเรื่อง การศึกษาของทเวงกี้ ยังพบอีกว่า ราวปี 2011-2012 เกิดการเปลี่ยนแปลงกับวัยรุ่นกลุ่มนี้อย่างกะทันหัน ทั้งความรู้สึกโดดเดี่ยว ถูกทิ้ง ชีวิตไร้ค่า ซึ่งทั้งหมดนี้คืออาการของโรคซึมเศร้า โดยมีผู้ป่วยโรคนี้เพิ่มถึง ร้อยละ 60 ในช่วง 5 ปี ขณะที่อัตราการทำร้ายตัวเองในวัยรุ่นหญิงเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า และในช่วง 2-3 ปีมานี้ ยังมีวัยรุ่นฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น 2 เท่า ยิ่งช่วงที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นอุปกรณ์สามัญ ปัญหาทางจิตเหล่านี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น



+++น.ส.อินทัน ซายารี ชาวอินโดนีเซีย จัดงานแต่งงาน สวมชุดเจ้าสาวและถ่ายรูปเพียงคนเดียว หลังว่าที่เจ้าบ่าวคือนายแพทย์ริโอ นันดา ปฐมา เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ของไลอ้อนแอร์ของอินโดนีเซียเที่ยวบิน JT610 ตกในทะเลชวาเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม คนบนเครื่องบินเสียชีวิตทั้งหมด 189 ศพ ก่อนหน้านี้ ทั้งคู่มีกำหนดแต่งงานในวันที่ 11 พฤศจิกายน แต่นายแพทย์ปฐมาเสียชีวิตขณะเดินทางจากกรุงจาการ์ตาหลังเสร็จการประชุม มุ่งหน้ายังบ้านเกิดคือเมืองปังกัลปีนัง เพื่อเตรียมจัดพิธีแต่งงาน  เธอเล่าว่าก่อนเกิดเหตุ นายแพทย์ปฐมาเคยพูดขำๆแต่ไม่นึกว่าจะเป็นจริงว่าหากเขาไม่ได้กลับบ้านเกิดภายในวันแต่งงานคือวันที่ 11 พฤศจิกายน เขาขอให้เธอกล่าวคำสาบานการแต่งงานกับชุดแต่งงานที่เขาได้เลือกให้กับเธอใส่ในวันแต่งงานแทนคือชุดลายดอกกุหลาบสีขาว ถ่ายภาพแล้วก็ส่งไปให้เขาดูด้วย

ข่าวทั้งหมด