'พลตำรวจเอก ศรีวราห์' แจ้ง 11 ข้อหาหนักกลุ่มล่าหมีขอ/ลงพื้นที่สภ.ไทรโยค เร่งรัดคดี

10 ตุลาคม 2561, 11:25น.


ความคืบหน้าคดี นายวัชรชัย สมีรักษ์ กับพวก รวม 11 คน ซึ่งถูกจับกุมพร้อมของกลางหลายรายการบริเวณป่าเขาพลู เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และ ป่าแม่น้ำน้อย อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี


พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนสภ.ไทรโยค ได้รับคําร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญา พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา คือ นางสาวศรีวิจิตร ดิษแช่ม, นายทัศดนัย ขอกระโชก, นายฉัตรชัย เกาะลอย, นายจิรชัย ตันติวัฒนสิทธิ์, ว่าที่ร้อยตรีสุนทรมาเจริญรุ่งเรือง, นายสกานต์ แก่งหลวง, นายอนุสรณ์ เรือนงาม, นายประสาน เต็มธนัน, นางอรุณ แสงใส, นายถาวร เซี่ยงหลิว และนายวัชรา ชัยสมีรักษ์ ในความผิดรวม 11 ข้อหา คือ ร่วมกันเก็บหานําออกไปทําด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือทําให้เสื่อมสภาพซึ่งไม้ยางไม้ นํามันยาง นํามันสน แร่ หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ, ร่วมกันนําสัตว์ออกไปหรือทําด้วยประการใดๆให้เป็นอันตรายแก่สัตว์, ร่วมกันนําเข้ายานพาหนะเข้าออกหรือขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันนําเครื่องมือสําหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธอื่นใดเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันล่าหรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองซึ่งมิได้เป็นการกระทําโดยทาง ราชการ ที่ได้รับการยกเว้นฯ, ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวนสัตว์ป่าคุ้มครองซากของสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่า คุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต, ร่วมกันซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าอัน ได้มาโดยการกระทําความผิด, ร่วมกันเก็บหาของป่าหรือกระทําด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ, ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดย ไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติด ตัว และไม่มีเหตุเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์


โดยการจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้ สามารถจับกุมได้พร้อมของกลาง เป็นอาวุธปืนยาวลูกกรด ขนาด .22 ติดกล้องและกระบอกเก็บเสียง 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22, อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม., แม็กกาซีน พร้อมเครื่องกระสุน 9 มม., เครื่องกระสุน ขนาด 5.56 มม., ไฟฉายคาดหัว, มีด และอื่นๆ อีกหลายรายการ




พลตำรวจเอกศรีวราห์ เปิดเผยอีกว่า หลังจากที่ได้สั่งการให้พลตำรวจตรีธนา ชูวงศ์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 สั่งการให้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จังหวัดกาญจนบุรี ตรวจสถานที่เกิดเหตุภายในเขตอุทยาน เพื่อเก็บวัตถุพยานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ล่าสุดวันนี้ได้รับรายงานว่า จากการตรวจสอบพบวัตถุพยานเพิ่มเติม คือ ชิ้นส่วนกรามล่างของสัตว์ป่าขนสีดํา, เศษชิ้นเนื้อ, กระป๋องเบียร์เปล่า, มีดอีโต้, เขียงไม้ และหม้ออลูมิเนียม บริเวณเรือนที่พักผู้มาทําบุญ สํานักสงฆ์เหมืองเต่าดํา, พบขวดน้ำพลาสติกบรรจุปลอกกระสุนปืนขนาด .45, 9 มม. จํานวนหนึ่ง และเศษถุงพลาสติก บริเวณที่เจ้าหน้าที่สกัดจับกลุ่มผู้ต้องหา จึงนําส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และสัตวแพทย์ ดําเนินการตรวจพิสูจน์ในส่วนที่เกี่ยวข้อง




จากการสืบสวน สอบสวนขยายผล ทราบว่า นางสาวศรีวิจิตร และนายทัศดนัย ต่างพกพาอาวุธปืนเข้าไปในที่เกิดเหตุ โดยซุกซ่อนไว้ในรถยนต์กระบะที่นายทัศดนัยขับขี่ แต่เจ้าหน้าที่ไม่พบอาวุธปืน เนื่องจากระหว่างที่ผู้ต้องหาถูกนําตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ได้ให้ เด็กชายเอ (นามสมมติ) ซึ่งมาเยี่ยมผู้ต้องหา นําอาวุธปืนกลับไปไว้ที่บ้านพัก จึงแจ้งข้อกล่าวหากับ เด็กชายเอ ว่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ โดยพนักงานสอบสวนสภ.ไทรโยค ได้รับคําร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 374/2561 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2561 พร้อมยึดอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 จํานวน 1 กระบอก และขนาด 11 มม. จํานวน 1 กระบอก ไว้เป็นของกลางในคดีเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป


และในวันนี้พลตำรวจเอก ศรีวราห์ เดินทางไปที่สภ.ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี และพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค เพื่อติดตาม ตรวจสอบสำนวนคดี จากนั้นเปิดเผยว่า คดีนี้ใกล้เคียงกับคดีเสือดำ และการสืบสวน สอบสวน ก็ไม่ยาก ส่วนกรณีกลุ่มผู้ต้องหาปฏิเสธข้อกล่าวหา ก็เป็นเรื่องที่จะต้องต่อสู้ไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ยืนยันว่า หากหลักฐานถึงใครก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนเยาวชนอายุ 10 ปี ที่ภายหลังพบว่า นำปืนกลุ่มผู้ต้องหาบางคนที่ฝากไว้ แล้วนำไปเก็บที่บ้าน ก็จะต้องเรียกมาสอบสวนก่อน ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือจงใจในการร่วมกันกระทำความผิดหรือไม่ หากกระทำโดยเจตนาก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย


มีรายงานว่า ตำรวจกำลังตามตัวผู้ต้องหาอีก 3 คน มาดำเนินคดี ในความผิดเดียวกัน เนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบว่า ทั้ง 3 คน นอกเหนือจากที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ 11 คน มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย


 ...


ผสข.ปภาดา พูลสุข
ข่าวทั้งหมด