พลเอกประวิตรประชุมรมว.กลาโหมอาเซียน/สนช.เร่งพิจารณาพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ10ฉบับ

23 ตุลาคม 2560, 08:16น.


เมื่อวานนี้  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ออกเดินทางไปยังสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อร่วมประชุม รมว.กลาโหมอาเซียน ครั้งที่ 11 และร่วมประชุม รมว.กลาโหมอาเซียนกับ รมว.ประเทศคู่เจรจา 8 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐ รัสเซีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย จีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 22-24 ต.ค. โดยมีประเด็นสำคัญคือการเปิดระบบการติดต่อสื่อสารด้านความมั่นคงสายตรงอาเซียน และลงนามร่วมกัน ในปฏิญญาร่วมของ รมว.กลาโหมอาเซียน ด้านความร่วมมือเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและการมีส่วนร่วมกับโลก



ส่วนความคืบหน้าของการพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า สนช.จะเร่งพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 10 ฉบับตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งสนช.และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีการประสานการทำงาน โดยกรธ.จะส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) มายัง สนช.ในวันที่ 31 ต.ค. จากนั้น สนช.จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในทันทีเพื่อบรรจุวาระเข้าสู่ที่ประชุม สนช. ในวันที่ 2 พ.ย.นี้ เพื่อให้การทำงานเป็นไปตามกรอบเวลา



นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่า การทำงานเบื้องต้นของ กรธ.ในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมวันที่ 24 -25 ต.ค. เพื่อพิจารณากฎหมายลูกที่ยังไม่แล้วเสร็จ



เว็บไซต์กระทรวงเกษตรสหรัฐเผยแพร่รายงานว่า การที่รัฐบาลไทยเรียกเก็บภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาลพื่อลดการบริโภค และเพิ่มการตระหนักรู้ต่อปัญหาสุขภาพ อาจส่งผลกระทบถึงเครื่องดื่มส่งออกของสหรัฐคิดเป็นมูลค่าถึง 9 ล้านดอลลาร์ เพิ่มภาระด้านภาษีเครื่องดื่มส่งออกบางชนิด ขณะที่เครื่องดื่มบางชนิด เช่น นมอัลมอนด์ซึ่งมีน้ำตาลไม่ถึง 6 กรัมต่อ 100 มล.จะได้ประโยชน์จากภาษีสรรพสามิตอัตราใหม่ของไทย เนื่องจากอัตราภาษีลดลง



ไทยเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกรองจากบราซิลและอินเดีย ขณะที่รัฐบาลทั่วโลกต่างเก็บภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาล เพื่อลดปัญหาสุขภาพรวมทั้งเบาหวานและโรคอ้วน โดยองค์การอนามัยโลกสนับสนุนการเก็บภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาล



ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)รายงานมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์สะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-20 ตุลาคม 2560 พบว่าสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 59,700.14 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์(โบรกเกอร์) ซื้อสุทธิ 11,748.38 ล้านบาทนักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 9,515.39 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนทั่วไปในประเทศ(รายย่อย) ขายสุทธิ 80,963.91 ล้านบาท ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลงตามแรงขายของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ1,692.58 ลดลงร้อยละ 1.16 จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลงประมาณร้อยละ 0.93 จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 67,506.96 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ maiปิดที่ 564.54 จุด ลดลงร้อยละ 0.92 จากสัปดาห์ก่อน



ส่วนสถานการณ์น้ำ นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผว่า ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังบางพื้นที่ใน 17 จังหวัด มีการประสานจังหวัด ทหารและฝ่ายปกครองท้องถิ่น กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน



นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า สถานการณ์น้ำเหนือ ล่าสุดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำสูงสุด 3,059 ลบ.ม. ต่อวินาที โดยระดับน้ำเริ่มลงแต่ค่อนข้างช้า ตอนนี้บริหารน้ำใต้ จ.นครสวรรค์ ผันเข้าทุ่ง 2 ฝั่งเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เข้าระบบคลองฝั่งซ้าย-ขวา เพื่อให้คงอัตราระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 2,600 ลบ.ม.ต่อวินาที เร่งการระบายทางตรงลงแม่น้ำเจ้าพระยาออกอ่าวไทยเพื่อลดผลกระทบ ขณะนี้ปริมาณน้ำเหนือเริ่มมีแนวโน้มลดลง



...

ข่าวทั้งหมด