เครือข่ายผู้เลี้ยงสุกรประกาศปรับขึ้นราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอีก 2 บาทต่อกิโลกรัม มีผลวันนี้ ขณะที่นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติคาดราคาใกล้ถึงจุดทรงตัว เพื่อไม่เพิ่มภาระค่าครองชีพแก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันต้องดูแลให้เกษตรกรรายย่อยสามารถประกอบอาชีพได้ ท่ามกลางต้นทุนอาหารสัตว์และค่าขนส่งที่ยังสูง
นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า เครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร ซึ่งประกอบด้วยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคกลางตอนบนเพื่อการค้า สมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ และสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรชลบุรี จำกัด ประกาศปรับขึ้นราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอีก 2 บาทต่อกิโลกรัม มีผลวันนี้ (26 ตุลาคม 2569) ต่อเนื่องจากการปรับขึ้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อช่วยพยุงราคาสุกรที่ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิต
ราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ปรับเพิ่มจากฐานราคาวันที่ 19 ตุลาคม อีก 2 บาทต่อกิโลกรัม แบ่งตามภูมิภาค ดังนี้
- ภาคตะวันตก 64–68 บาทต่อกิโลกรัม
- ภาคตะวันออก 68–70 บาทต่อกิโลกรัม
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 68–70 บาทต่อกิโลกรัม
- ภาคเหนือ 71–72 บาทต่อกิโลกรัม
- ภาคใต้ 72 บาทต่อกิโลกรัม
ตัวเลขดังกล่าวเป็นราคาแนะนำที่คำนวณจากฐานราคาเดิม ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริงที่เกษตรกรได้รับทุกราย เนื่องจากราคาซื้อขายขึ้นอยู่กับพื้นที่ ปริมาณการซื้อขาย และเงื่อนไขการขนส่ง
ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มขณะนี้ใกล้ถึงจุดทรงตัวแล้ว โดยคาดว่า อาจปรับเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันอีกไม่มาก เนื่องจากต้องคำนึงถึงกำลังซื้อและภาระค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กับต้นทุนของเกษตรกร เพื่อให้ระดับราคาเหมาะสมกับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค
แม้ราคาแนะนำจะปรับเพิ่มขึ้น แต่ผู้เลี้ยงสุกรยังเผชิญต้นทุนหลายด้าน ทั้งราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และค่าขนส่งที่สูงขึ้น โดยเฉพาะหลังเกิดการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ซึ่งทำให้ฟาร์มต้องเข้มงวดมาตรการป้องกันโรค ไม่อนุญาตให้รถรับซื้อที่เดินทางเข้าออกหลายฟาร์มเข้าพื้นที่เลี้ยงสุกรโดยตรง ผู้เลี้ยงจึงต้องขนสุกรออกไปยังจุดรับส่งหรือจุดรวบรวมภายนอกฟาร์ม ก่อนส่งต่อให้ผู้รับซื้อ
ในบางพื้นที่ การขนส่งสุกรต้องเดินทางข้ามอำเภอเป็นระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร ประกอบกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับสูงขึ้น ทำให้ผู้เลี้ยงต้องแบกรับค่าขนส่งเพิ่มขึ้น โดยราคาขายสุกรบางรายการรวมค่าขนส่งถึงปลายทางไว้แล้ว จึงไม่ใช่รายได้สุทธิที่เกษตรกรได้รับทั้งหมด
ปัจจุบันต้นทุนการผลิตสุกรขุนเฉลี่ยอยู่ที่ 71.78 บาทต่อกิโลกรัม แม้ราคาแนะนำจะทยอยปรับเพิ่มขึ้น แต่ผู้เลี้ยงบางส่วนยังจำหน่ายสุกรได้ต่ำกว่าต้นทุน โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งสูง สมาคมจึงมุ่งรักษาระดับราคาสุกรให้เกิดความสมดุล ไม่เพิ่มภาระค่าครองชีพแก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันต้องเอื้อให้ผู้เลี้ยงสุกร โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
#ปรับราคาหมูหน้าฟาร์ม
ข่าวทั้งหมด