สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าร่องมรสุมพาดผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคตะวันออก และภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
สทนช.ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 23-26 ต.ค. ดังนี้
1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม บริเวณภาคใต้
จ.ระนอง (อำเภอเมืองระนอง และสุขสำราญ)
จ.พังงา (อำเภอเมืองพังงา ตะกั่วป่า กะปง คุระบุรี และท้ายเหมือง)
จ.ภูเก็ต (อำเภอเมืองภูเก็ต ถลาง และกะทู้)
จ.สุราษฎร์ธานี (อำเภอพุนพิน ท่าฉาง และพนม)
จ.นครศรีธรรมราช (อำเภอเชียรใหญ่ และชะอวด)
จ.พัทลุง (อำเภอควนขนุน กงหรา และป่าพะยอม)
จ.สงขลา (อำเภอคลองหอยโข่ง หาดใหญ่ และจะนะ)
จ.สตูล (อำเภอควนกาหลง)
จ.ยะลา (อำเภอธารโต)
จ.นราธิวาส (อำเภอสุคิริน)
2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก
+++อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง
+++อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี
+++อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ และอ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
+++อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
+++อ่างเก็บน้ำปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
นอกจากนี้ เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกักบริเวณ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และสตูล
3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา
+++แม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ จ.กาญจนบุรี
+++แม่น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี
+++แม่น้ำตาปีและแม่น้ำพุมดวง จ.สุราษฎร์ธานี
+++แม่น้ำตะกั่วป่า จ.พังงา
+++แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส จ.นราธิวาสช
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 9 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2569) เนื่องจาก ร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย
ส่งผลให้ช่วงวันที่ 21-25 ต.ค. 69 ภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่ม
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลา ดังกล่าวอย่างระมัดระวัง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.
ข่าวทั้งหมด