นางสาวประอรรัตน์ รัตนพรสมปอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรเชียงแสน ด่านศุลกากรแม่สาย ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 ได้บูรณาการความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นและยึดซากสุกรลักลอบนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายหลังสืบทราบความผิดปกติของตู้สินค้าที่ยื่นขอผ่านพิธีการศุลกากร โดยระบุในใบขนสินค้าว่าเป็นผักสด 3 ชนิด ได้แก่ บีทรูท ผักกาดฮ่องเต้ และผักกาดหอมกรีนคอรัล รวมจำนวน 930 กล่อง น้ำหนักสุทธิ 18,850 กิโลกรัม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้วิเคราะห์ข้อมูลและบริหารความเสี่ยง โดยนำตู้สินค้าเข้าตรวจผ่านเครื่องเอกซเรย์ ณ ด่านศุลกากรแม่สาย ซึ่งพบภาพสแกนวัตถุภายในมีความซับซ้อนและมีส่วนต่างของน้ำหนักที่ไม่สอดคล้องกับเอกสารแจ้งอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงแสนจึงนำตู้สินค้ามาเปิดตรวจอย่างละเอียด ร่วมกับส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 ด่านกักกันสัตว์เชียงราย ด่านอาหารและยาเชียงแสน และด่านตรวจพืชเชียงแสน
ผลการเปิดตรวจพบว่า นอกจากผักสดบางส่วนตามรายการแล้ว ยังพบ "เนื้อสุกร" ซุกซ่อนอยู่ภายในตู้สินค้า โดยไม่มีการสำแดงในใบขนสินค้า จำนวน 379 กล่อง น้ำหนักสุทธิรวม 16,514.1 กิโลกรัม (ประมาณ 16.5 ตัน) มูลค่าประเมินราว 1.53 ล้านบาท การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามมาตรา 202, 243 และ 244 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ตลอดจนฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดของกลางและอายัดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป
เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ในข้อหาสำแดงเท็จและหลีกเลี่ยงข้อจำกัด ตลอดจนการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งการตัดไฟแต่ต้นลมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคชาวไทยให้ปลอดภัยจากเนื้อสัตว์ปนเปื้อนสารเคมีและเชื้อโรคระบาดร้ายแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยสกัดกั้นไม่ให้สินค้าเถื่อนเข้ามาทุบกลไกราคา เพื่อคุ้มครองเสถียรภาพอาชีพและรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรภายในประเทศอย่างยั่งยืน
#หมูเถื่อน
#ลักลอบนำเข้าจากจีน
ข่าวทั้งหมด