สหรัฐฯ ประกาศขยายมาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่านขั้นทุติยภูมิ (Secondary Sanctions) โดยนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แถลงข่าวว่า สหรัฐฯ หวังให้มาตรการนี้ “ตัดทุกเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจ” ที่ค้ำจุนประเทศอิหร่าน
มาตรการที่ เบสเซนต์ ที่อธิบายว่าเป็นการ “D-Day ทางเศรษฐกิจ” (economic D-Day) มีเป้าหมายเพื่อมอบคำเตือนครั้งสุดท้ายแก่ประเทศต่างๆ ให้ตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่าน มิเช่นนั้น บริษัทและองค์กรสำคัญของพวกเขาอาจถูกตัดขาดจากระบบการเงินที่ใช้สกุลเงินดอลลาร์
เรากำลังเปิดฉากบุกโจมตีทางเศรษฐกิจต่อเครือข่ายทางการเงินของอิหร่านทั่วโลก เป้าหมายของเราคือการตัดทุกเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจที่ค้ำจุนระบอบทรราชนี้ จนกว่า อิหร่านจะถูกโดดเดี่ยว
มาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นภาคส่วนที่อิหร่านใช้พยุงเศรษฐกิจของตนเอง
ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ ในการกดดันให้อิหร่านยุติการโจมตีเรือสินค้าในอ่าวเปอร์เซีย และในทะเลแดงผ่านกองกำลังตัวแทนอย่างกลุ่มฮูตี หลังอิหร่านดำเนินการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ซึ่งทำให้สงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้นเมื่อ 28 ก.พ.
หลาย10ปี ที่ผ่านมา อิหร่านอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรหลายชั้นจากสหรัฐฯ และนานาชาติ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจ แต่ก็ยังไม่สามารถยับยั้งผู้นำอิหร่านได้
ก่อนหน้านี้ เบสเซนต์เคยเรียกร้องความร่วมมือจากจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่านมาหลายปี แม้ว่ามาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ ที่เริ่มบังคับใช้อีกครั้งเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคม จะส่งผลให้การส่งออกน้ำมันจากอิหร่านไปยังจีนลดลงก็ตาม
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงว่า มาตรการคว่ำบาตรและการใช้วิธีกดดันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา และจีนจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ
เบสเซนต์กล่าวเสริมว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้แกะรอยเครือข่าย ผู้ให้การสนับสนุน และช่องทางการเงินที่อิหร่านใช้ในการลักลอบขนส่งน้ำมันและหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรไว้หมดแล้ว และวอชิงตันจะทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อเล่นงานทุกแหล่งที่มาของ “รายได้ที่ผิดกฎหมาย” ของอิหร่านต่อไป
#สงครามตะวันออกกลาง
#วิกฤตเศรษฐกิจ
ข่าวทั้งหมด