‘คลัง’ ชี้ ไทยช่วยไทย พลัส’ คงเหลือสิทธิกว่า 6 ล้าน ลงทะเบียนไม่สำเร็จ กว่า 3 แสนสิทธิ

วันนี้, 14:59น.


          นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าภายหลังรัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) วันแรก (25 พ.ค.) ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ว่า โครงการได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก โดยภายในช่วง 30 นาทีแรกหลังเปิดให้ลงทะเบียน พบว่า มีประชาชนเข้ามากดลงทะเบียนกว่า 10 ล้านสิทธิ



          ขณะเดียวกัน ในช่วง 06.15 น. เป็นช่วงที่มีประชาชนเข้ามากดลงทะเบียนสูงสุด อยู่ที่ 7 แสนสิทธิต่อวินาที ส่งผลให้ระบบการรับลงทะเบียนหน่วงไปราว 6 นาที ก่อนจะกลับมาเป็นปกติในช่วง 06.20 น.



       โดยภาพรวมการลงทะเบียน ณ เวลา 12.00 น. พบว่า มีผู้มาลงทะเบียนแล้ว 22.6 ล้านคน ลงทะเบียนสำเร็จ 17.3 ล้านคน รอตรวจคุณสมบัติ 4.92 ล้านคน และมีประชาชนลงทะเบียนไม่สำเร็จ 335,319 ราย



          ในส่วนนี้แบ่งเป็น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 335,153 ราย และอื่น ๆ เช่น เคยทำผิดเงื่อนไขคนละครึ่ง เป็นต้น จำนวน 166 ราย โดยขณะนี้ยังมีสิทธิคงเหลืออีกราว 7.3 ล้านสิทธิ



          ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง และ สศค. ยังอยู่ระหว่างการประเมินและติดตามสถานการณ์การลงทะเบียนอย่างใกล้ชิด โดยยังมั่นใจว่าจำนวนสิทธิ 30 ล้านสิทธิที่รัฐบาลเตรียมไว้รอบรับนั้นจะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในการดูแลปัญหาปากท้องจากผลกระทบของวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้อย่างแน่นอน



          สำหรับระบบการลงทะเบียนนั้น ยืนยันว่าไม่ได้มีความยุ่งยาก ซึ่งการลงทะเบียนได้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เคยได้รับสิทธิแล้ว เพียงแค่กดยืนยันรับสิทธิ และกลุ่มที่มีการลงแอปพลิเคชันใหม่ เปลี่ยนมือถือ เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์แต่ไม่ได้แจ้งกับธนาคาร ก็ต้องมายืนยันตัวตนใหม่อีกครั้งก่อน



          “ขณะนี้ยังเห็นภาพประชาชนที่ทยอยเดินทางเข้าไปยืนยันตัวตนตามสาขาของธนาคารกรุงไทยอย่างต่อเนื่อง โดยต้องขอชี้แจงว่าระบบยังสามารถยืนยันตัวตนได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนหลายคนในตอนนี้ที่ ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ระบบได้คล่องนัก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมีการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ ลบแอปพลิเคชัน และที่พบมากที่สุดคือ หลายคนจำรหัสเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตังไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมายืนยันตัวตัวตนใหม่



           สำหรับร้านค้า พบว่า เป็นร้านค้ารายเดิมที่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 9.77 แสนราย โดยในส่วนนี้อยู่ระหว่างร้านค้ากดยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข จำนวน 5.84 แสนร้านค้า และลงทะเบียนพร้อมใช้ จำนวน 3.92 แสนร้านค้า โดยเป็นร้านค้าใหม่ 9 พันร้านค้า ในส่วนนี้อยู่ระหว่างการรอตรวจสอบ 7 พันร้านค้า และผ่านการตรวจสอบข้อมูล 1.95 พันร้านค้า ซึ่งในส่วนนี้อยู่ระหว่างร้านค้ากดยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข 274 ร้านค้า และเป็นร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 1.68 พันร้านค้า ดังนั้น ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ พร้อมใช้แล้ว 3.93 แสนร้านค้า และในวันที่ 10 มิ.ย. นี้ จะเปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนเข้ารร่วมกับแพลตฟอร์มเดลิเวอร์รี่ ซึ่งขณะนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าทุกแพลตฟอร์มยืนยันจะเข้าร่วมโครงการด้วย และในวันที่ 15 มิ.ย. 2569 ประชาชนเริ่มใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอร์รี่ได้



          โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวอีกว่า ในส่วนของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการนั้น ไม่อยากให้ต้องกังวลเรื่องภาษีย้อนหลัง เพราะตามข้อเท็จจริงแล้วประชาชนทุกคนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีหากมีรายได้ถึงเกณฑ์อยู่แล้ว และส่วนใหญ่ร้านที่เข้าร่วมโครงการเป็นร้านค้าขนาดเล็ก ซึ่งมีรายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี จึงไม่อยากให้ต้องกังวลในประเทศเด็นดังกล่าว ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังได้มีการส่งเรื่องให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อดำเนินคดีกับร้านค้าราว 300 ร้านค้าที่ทำผิดเงื่อนไขในโครงการคนละครึ่ง พลัส



           ส่วนกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนในโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) โดยสามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป จะได้รับเงินเพิ่ม 700 บาท จากเดือนละ 300 บาทเป็น 1,000 บาททันที



 

ข่าวทั้งหมด

X