นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจงเรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยืนยันว่า หลักการความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งต้องไปควบคู่กัน ซึ่ง บาร์โคด (Barcode) ถูกนำมาใช้กับ 2 หลักการ
1.หลักการโดยตรงและลับ เป็นหลักการขั้นพื้นฐานของสิทธิมนุษชนในการเลือกตั้ง ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน(UDHR) ของสหประชาติ (UN) ว่าด้วยสิทธิทางการเมืองที่กำหนดว่า ในการเลือกตั้งการออกเสียงต้องเป็นไปโดยตรงและลับ พูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือ ลงคะแนนด้วยตนเอง และไม่มีผู้ใดทราบได้
2.หลักการความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เป็นหลักการที่มาจากปฏิญญาสากลเช่นกัน ที่กำหนดว่า การเลือกตั้งต้องเสรีและเป็นธรรม (Free &Fair) กฎหมายจึงกำหนดเรื่องความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ป้องกันการปลอมแปลงบัตร การใช้บัตรปลอม การใช้บัตรข้ามเขต รวมทั้งการบริหารจัดการบัตร ควบคุมบัตรในการแจกจ่ายได้อย่างถูกต้อง เป็นต้น
นายแสวง ชี้แจงว่า บาร์โคดกับ 2 หลักการข้างต้น ถูกนำมาใช้กับหลักความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง และความปลอดภัยของการเลือกตั้ง แต่หลักการความปลอดภัยต้องไม่กระทบสาระสำคัญของหลักลงคะแนนโดยตรงและลับ ต้องมีกระบวนการขั้นตอนที่ให้ 2 หลักการเดินไปด้วยกันได้อย่างเรียบร้อย
ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งทั้ง 2 หลักการได้มาอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นกิจกรรมเดียวกันพอดี คือ ตั้งแต่ระยะเวลาที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแสดงตนรับบัตร รับบัตร เข้าคูหา หย่อนบัตรลงหีบ นับคะแนน นำบัตรและอุปกรณ์ไปส่ง ยุบรวมหีบ และจัดเก็บรักษา เพื่อให้ทั้ง 2 หลักการเดินไปด้วยกันได้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงมีการออกแบบการออกเสียงลงคะแนนทุกขั้นตอน เพื่อป้องกัน และสอบทานซึ่งกันและกันได้ อาทิ มีการเก็บบัตร ต้นขั้วบัตร บัญชีผู้ใช้สิทธิในถุงที่เตรียมไว้ มีสายรัดไว้ แล้วให้มีการเก็บไว้แยกหีบกัน การใช้บุคลากรในแต่ละขั้นตอนคนละชุดกัน อาทิ ที่หน่วยเลือกตั้ง คือ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)ที่รับบัตร คือ อนุอำเภอ และ ที่จัดเก็บเป็นที่สำนักงานกกต.จังหวัด เป็นต้น
ส่วนการเก็บบัตร ต้นขั้วบัตร บัตรชีรายชื่อ แยกจากกันในที่ปลอดภัย ไม่มีผู้ใดจะเข้าถึงได้ โดยไม่มีคำสั่งศาล และหากจะเปิดหีบตามคำสั่งศาล ก็เพื่อการเลือกตั้งที่มีการร้องว่า การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น และการเปิดหีบเอกสารก็จะเปิดเท่าทีจำเป็น เพียงหีบใดหีบหนึ่งที่เกี่ยวกับคำร้องไม่ได้เปิดเอกสารทั้ง 3 อย่างพร้อมกัน
"กรณีประชาชนที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งถ่ายรูปบัตรที่มีบาร์โคดจะทราบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใครแล้วหรือไม่ ขอยืนยันว่า ไม่ทราบอย่างแน่นอน แต่หากมีผู้พยายามอยากจะทราบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร เป็นการทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เป็นคนละส่วนกับการลงคะแนนโดยตรงและลับ
นายแสวง ยังกล่าวว่า การออกเสียงโดยตรงและลับ ใช้กับทุกคน รวมทั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)ด้วย ส่วนที่เกรงว่า กปน. จะถ่ายรูปบัตร แล้วนำมาให้บุคคลภายนอกนั้น กปน. ที่อยู่ใกล้ชิดบัตรมีคนเดียว คือ กปน. ผู้ทำหน้าที่จ่ายบัตร ซึ่งถือว่า กปน. เป็นเจ้าพนักงานมีส่วนทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยสภาพถ่ายได้เฉพาะบัตรเปล่า เพราะเป็นช่วงจ่ายบัตร ยังไม่ได้มอบบัตรให้แก่ผู้สิทธิเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ กกต. ระบุว่า การมีบาร์โคดจะทราบทันทีว่า บัตรนั้น เป็นบัตรจากหน่วยใด กปน.คนใดเป็นคนจ่าย ซึ่งขณะนี้เท่าที่มีข้อมูลมีอยู่ 2 ราย ดังนั้น ต้องแยกมาตรการ หรือ กระบวนการออกเสียงโดยตรงและลับ แยกจากการกระทำผิดของบุคคล เช่น ในหน่วยมีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งในฐานความผิดอื่นๆ บุคคลนั้น ก็ต้องรับในสิ่งที่ทำลงไป โดยกระบวนการไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด
ข่าวทั้งหมด