นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชั่น : กกร. และ เพื่อนไม่ทน เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมือง และนักการเมืองไทย ในการเลือกตั้งปี 69 จากกลุ่มตัวอย่าง 4,814 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็นประชาชน 3,043 ราย และภาคธุรกิจ 1,771 ราย เป็นการใช้กลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่มาก มีผลคลาดเคลื่อนไม่เกิน 3% พบว่า ปัจจุบันปัญหาทุจริตในไทยรุนแรงเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลกระทบต่อทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ รวมถึงสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ
สำหรับผลสำรวจฯ ผู้ตอบมากถึง 42% ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงมาก และมากถึง 69% ระบุถ้ามีการจ่ายเงินซื้อเสียง จะไม่รับ มีเพียง 18% ที่ตอบรับ เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ซื้อเสียงราคาเท่าไร โดยรวมสูงสุด 7,500 บาทต่อคน โดยกรุงเทพฯและปริมณฑล สูงสุดที่ 7,500 บาทต่อคน ส่วนภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เท่ากันที่สูงสุด 5,000 บาทต่อคน ขณะที่ภาคตะวันออก สูงสุด 3,000 บาทต่อคน
นอกจากนี้หากนักการเมืองให้เงินซื้อเสียง จะเลือกนักการเมืองคนนั้นหรือไม่ มากถึง 71.9% ตอบไม่เลือก เพราะผิดกฎหมาย เป็นการคอร์รัปชัน,การซื้อเสียงเท่ากับไม่มีความสามารถพอ, เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่ง,เลือกพรรคที่ชอบ เลือกคนที่อยากเลือก และกลัวโดนจับข้อหาขายเสียง ขณะที่อีก 28.1% ตอบเลือก เพราะคุ้นเคย/รู้จัก, ผลงานที่ผ่านมา, ไม่รู้จะเลือกใคร, ตามอิทธิพลหัวคะแนน และได้รับเงิน/ผลประโยชน์ นำไปใช้จ่าย
ขณะเดียวกันพฤติกรรมของนักการเมืองและพรรคการเมือง ที่เบื่อหน่ายและกังวลมากที่สุด คือ รัฐมนตรีสีเทา คนมีมลทิน ประวัติไม่โปร่งใสแต่ยังได้เสวยอำนาจ, ดีแต่พูด นโยบายต้านโกงมีไว้แค่หาเสียง พอเป็นรัฐบาลเงียบหาย, ผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเอื้อธุรกิจพวกพ้องและครอบครัว
นายธิปไตร แสละวงศ์ นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชั่น กล่าวว่า สถานการณ์คอร์รัปชันในปัจจุบัน ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการเรียกรับสินบนในโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่สูงถึง 20-30% ของมูลค่าโครงการ รวมถึงความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ และสแกมเมอร์ ซึ่งในปี 68 สร้างความเสียหายต่อประชาชนกว่า 25,000 ล้านบาท
คณะทำงานฯ จึงเสนอวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดำเนินการภายใน 1 ปี เช่น ผลักดันกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน และมาตรการตรวจสอบธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซี การสร้างความร่วมมือระดับสากล โดยเฉพาะกับคณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านสแกม ของสหรัฐฯ เพื่อกำกับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องติดตาม และปิดกั้นบัญชีที่มีพฤติกรรมหลอกลวง รวมถึงเร่งบังคับใช้ พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้ผู้ให้บริการร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหาย
#ซื้อเสียงเลือกตั้ง
#มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ข่าวทั้งหมด