ตร.ปอศ.แถลงพฤติกรรม บุ๋ม ปนัดดา ยักยอกเงินมูลนิธิใช้ส่วนตัว ผิดวัตถุประสงค์ 527 ล้านบาท

วันนี้, 14:53น.


          การตรวจสอบมูลนิธิของ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี  วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ.ตอบคำถามสื่อมวลชนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติการณ์การใช้เงินบริจาค การสร้างพูลวิลล่าในจังหวัดภูเก็ต การก่อสร้างมูลนิธิแห่งใหม่ รวมถึงการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน



          พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า จากพฤติการณ์ที่ตำรวจตรวจพบในขณะนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องการนำเงินไปก่อสร้างพูลวิลล่าในจังหวัดภูเก็ต โดยผู้ต้องหาอาจอ้างว่าไม่ทราบว่าเงินที่โอนไปนั้นมาจากไหน และอ้างว่านายอธิป หรือก๊อต เป็นผู้ดำเนินการจ่ายเงินให้ช่างเอ๋ ซึ่งเป็นช่างที่รับงานก่อสร้าง แต่จากการสืบสวนพบรูปแบบการโอนเงินที่บ่งชี้ว่านางปนัดดารับทราบเรื่องดังกล่าว



          ทั้งนี้ การก่อสร้างที่พักอาศัยระหว่างผู้จ้างกับผู้รับเหมาก่อสร้าง จะต้องมีการทำสัญญาว่าจ้าง ระบุถึงรายละเอียดและการจ่ายเงินค่าจ้าง ซึ่งตำรวจพบว่าเส้นเงินได้ออกจากจากบัญชีมูลนิธิ บัญชีส่วนตัวของน.ส.ปนัดดา และบัญชีที่รับเงินบริจาค ไปยังช่างเอ๋รวมกว่า 90 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาที่ตกลงกันไว้ประมาณ 18 ล้านบาท



          ตำรวจจึงตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงมีการโอนเงินเกินกว่าราคาที่ตกลงกันไว้ถึง 18 ล้านบาท และเมื่อมีการถอนเงินกลับออกมา ยังพบว่ามีการโอนเงินย้อนกลับไปยังบัญชีของสามี หรือก๊อต เกือบ 50 ล้านบาท รวมถึงมีเงินบางส่วนโอนย้อนกลับไปยังบัญชีของน.ส.ปนัดดาอีกด้วย



          นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์ในลักษณะคล้ายกันกับการก่อสร้างมูลนิธิแห่งใหม่ที่คลอง 8 จังหวัดปทุมธานี เพียงแต่เปลี่ยนจากช่างเอ๋เป็นช่างรายอื่น โดยตำรวจพบว่ามีการโอนเงินเกินกว่าข้อตกลง และมีเงินบางส่วนไหลย้อนกลับมาหากลุ่มผู้ต้องหา



          ตำรวจมองว่านี่อาจเป็นอีกวิธีหนึ่งในการนำเงินออกจากบัญชีรับบริจาค นอกเหนือจากการโอนเข้าบัญชีส่วนตัว การนำไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องประดับ และการนำไปลงทุนในกองทุนต่าง ๆ



          ส่วนรายละเอียดว่ามีการโอนผ่านบัญชีใดบ้าง ขอสงวนไว้เป็นข้อมูลในสำนวนสอบสวน



          ส่วนผู้ต้องหาชี้แจงว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นในการโอนเงินก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่สามารถทำได้ แต่ตำรวจยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจนที่จะดำเนินคดี คือข้อมูลการทำธุรกรรมจำนวนมากถึงหลักร้อยครั้งต่อปี และมีการส่ง SMS แจ้งเตือนธุรกรรมไปยังโทรศัพท์ของนางปนัดดาทุกครั้ง ดังนั้นแม้จะอ้างว่าไม่ทราบ พนักงานสอบสวนก็ต้องรับฟังไว้ แต่จะเชื่อหรือไม่ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานอื่นประกอบด้วย



          ส่วนขั้นตอนการบริจาคเงินและการนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ยืนยันว่าพยานหลักฐานที่พบว่า นางสาวปนัดดาน้ำเงินบริจาคไปใช้ในกิจกรรมส่วนตัวกว่า 70%



          ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยืนยันตั้งแต่ก่อตั้งมูลนิธิ นางสาวปนัดดาได้มีการยื่นภาษีต่อกรมสรรพากรเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงปี 2567–2568 เป็นช่วงที่มียอดเงินบริจาคเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยแต่ละปีมีเงินเข้ามาในระดับประมาณ 200–300 ล้านบาท จึงเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบถึงเหตุผลที่ไม่มีการรายงานข้อมูลภาษี



         พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ มองว่า พฤติการณ์ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของกลอุบายที่ตำรวจตรวจสอบ และสะท้อนข้อสงสัยว่ามูลนิธิอาจไม่ได้มีเจตนาดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง แต่มีพฤติการณ์เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน



          ส่วนกรณีที่พบว่า มีการนำเงินของบัญชีมูลนิธิออกใช้ส่วนตัวตั้งแต่ปี 2558 นั้น ตำรวจยืนยันว่า การเบิกจ่ายสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ แม้ว่าจะมีการเบิกเงินสดหน้าเคาน์เตอร์ของธนาคารก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องเป็นคนชี้แจง ว่านำเงินไปใช้ทำอะไร รวมทั้งในเรื่องของการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม และการโยกย้ายเงิน แต่ยังไม่ยืนยันว่าเอามาใช้ส่วนตัวตั้งแต่เปิดบัญชีหรือไม่ แต่ตำรวจย้ำว่ามีพยานหลักฐานชัดเจน ซึ่งให้สิทธิ์ผู้ถูกกล่าวหาเป็นคนชี้แจง



          ส่วนการทำธุรกรรมของมูลนิธิตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน พบว่ามีการทำธุรกรรม 3.2 ล้านครั้ง รวมประมาณ 815 ล้านบาท มีเงินถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ประมาณ 527 ล้านบาท และเงินที่ใช้ในกิจการมูลนิธิจริ ๆ อาจเหลือประมาณ 280 กว่าล้าน



          พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ยืนยันตัวเลขเงินที่ถูกนำออกจากบัญชีประมาณ 527 ล้านบาท แต่ขอเวลาให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม โดยระบุว่าตัวเลขทั้งหมดเป็นยอดประมาณการจากการสืบสวนที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 4–5 เดือน



 



#โกงเงินมูลนิธิ



#องค์กรทำดี



#บุ๋มก๊อต



 

ข่าวทั้งหมด

X