นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทยประธานวิปรัฐบาล และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงผลประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อวางกรอบเวลาการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ว่า ได้ข้อสรุปร่วมกันเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น ตามความตั้งใจของทุกฝ่าย มีข้อคิดเห็นที่ตรงกันเกือบจะ 100% เหลือแต่เพียงเรื่องการคอนเฟิร์มเรื่องวันเล็กน้อย
ด้านนายพริษฐ์ ปธ.วิปฝ่ายค้าน กล่าวว่าเรื่องจำนวนวันและชั่วโมงในการอภิปราย ต้องการให้มีการจัดสรรเวลาที่เพียงพอสำหรับทั้ง 2 ฝ่ายในการทำหน้าที่ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล โดยจะใช้เวลาทั้งหมด 4+1 วันก็คือ 4 วันเต็มในการอภิปราย ซึ่งเป็นการเจอกันครึ่งทาง โดยข้อตกลงข้อสรุป 4+1 วัน รวมจำนวนชั่วโมงรวมทั้งหมด 72 ชั่วโมง โดยฝ่ายค้านได้รับจัดสรร 51 ชั่วโมง ซึ่งก็จะเห็นว่าเพิ่มขึ้นจากสมัยที่มีการอภิปรายในครั้งก่อน เนื่องจากจำนวนรัฐมนตรีที่เพิ่มขึ้น และรัฐบาลได้เวลาชี้แจง 17 ชั่วโมง และประธานอีก 4 ชั่วโมง
ในส่วนของเวลา3วันแรกของการอภิปรายจะเริ่มในเวลา 08.00-03.00 น.ขณะที่วันที่ 4 เริ่ม 08.00-23.00 น.ก่อนที่จะลงมติในวันที่ห้า ส่วนวันเวลาทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่ายิ่งเร็วที่สุดยิ่งดี จึงได้ตอบกลับไปทาง ครม.ว่าช้าที่สุดคือวันที่ 7-11 ธันวาคมตามที่ ครม.เสนอมา แต่ขอให้ทาง ครม.ลองพิจารณาจัดสรรเวลาที่เร็วกว่านั้น เพราะว่ายิ่งเร็วขึ้นเท่าไหร่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าน่าจะดี
นายกรวีร์กล่าวว่าเป็นข้อสรุปร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งเรื่องของการกำหนดวัน ทั้งเรื่องของจำนวนวันแล้วก็เวลาของแต่ละฝ่ายซึ่งก็คิดว่าด้วยเวลาของฝ่ายค้านที่ได้รับจัดสรรที่เพิ่มขึ้นก็น่าจะเพียงพอสำหรับการทำให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบแล้วก็ตั้งข้อกล่าวหาซักถามต่าง ๆ รัฐบาลได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกันกับทางของรัฐบาลก็คิดว่าเพียงพอสำหรับคณะรัฐมนตรี รวมไปถึง สส.ฝั่งรัฐบาลที่จะใช้ในการควบคุมเวลาและใช้ในการตอบข้อซักถามของทางฝ่ายค้านได้ ส่วนเรื่องวันเราได้เห็นตรงกันในเบื้องต้นก่อนว่าช้าที่สุดเพื่อให้เกิดหลักประกันว่าจะเกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นแน่นอนก็คือจะเป็น 7-11 ธันวาคม แต่ถ้าคณะรัฐมนตรีสามารถที่จะจัดสรรเวลาที่เร็วกว่านี้ได้ก็ขอให้แจ้งกลับมาที่สภา อันนี้ก็เป็นข้อสรุปร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่ายเพื่อเดินหน้าไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ส่วนโควตาการอภิปรายของพรรคกล้าธรรมนั้น นายพริษฐ์ระบุว่าตอนนี้เรื่องการจัดสรรเวลาพรรคฝ่ายค้านจะไปหารือกับพรรคกล้าธรรม เพราะพรรคกล้าธรรม จ้งความประสงค์ว่าต้องการเวลาบางส่วน ส่วนสัดส่วนจะเป็นอย่างไรคงต้องหารืออีกครั้ง เพราะขึ้นอยู่กับกรอบเนื้อหาในการอภิปรายด้วย เนื่องจากญัตติครั้งนี้มันเป็นญัตติการอภิปราย ดังนั้นคนที่อภิปรายต้องร่วมเสนอญัตติและไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายและคงต้องหารืออีกครั้ง
#อภิปรายไม่ไว้วางใจ18รมต
ข่าวทั้งหมด