มท. ถอนสูติบัตรลูกต่างชาติ 50 ราย ชี้ยังอยู่ไทย-ทำงานได้ ขอสัญชาติใหม่ต้องทำตามระเบียบให้ถูกต้อง

27 ตุลาคม 2569, 18:39น.


          นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการเปิดปฏิบัติการ “ตัดบทพ่อทิพย์” ปราบปรามเครือข่ายทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติ กรณีจ้างชายไทยแอบอ้างเป็นบิดา (พ่อทิพย์) เพื่อให้บุตรคนต่างด้าวได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายสุภณ สยามบุญนัญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ DOPA N.I.C.E. พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย 8 หน่วยงาน เข้าร่วมในครั้งนี้



         สำหรับปฏิบัติการ “ตัดบทพ่อทิพย์” ปราบปรามเครือข่ายทุจริตทางทะเบียนราษฎร เป็นผลมาจากการสืบสวนขยายผลปราบปรามขบวนการจ้างคนไทยสวมสิทธิ์เป็นบิดา (พ่อทิพย์) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเคยจับกุมผู้กระทำผิดไปแล้ว 37 ราย และเพิกถอนรายการแจ้งเกิดเท็จ 21 รายการ จนกระทั่งตรวจสอบพบรายการต้องสงสัยที่มีหลักฐานยืนยันการกระทำผิดเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 50 รายการ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นำไปสู่การบูรณาการร่วมกันของชุดปฏิบัติการ 8 หน่วยงาน เข้าปิดล้อมจับกุมตามหมายจับที่ศาลอนุมัติ 46 หมาย ซึ่งขณะนี้จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 24 ราย ประกอบด้วย พ่อทิพย์สัญชาติไทย 10 ราย บิดาต่างด้าว 2 ราย มารดาต่างด้าว 7 ราย และบุตรต่างด้าวอายุ 18 ปีขึ้นไป 3 ราย พร้อมทั้งประสานกรุงเทพมหานครให้เร่งรัดเพิกถอนสูติบัตรที่ได้มาโดยมิชอบให้ครบทั้ง 50 รายการ ในพื้นที่ 8 สำนักทะเบียนเขต เพื่อกวาดล้างปัญหาการสวมสิทธิ์ทางทะเบียนราษฎรที่ตกค้างมายาวนาน 10–20 ปี ให้หมดไป



          ประเด็นที่น่าสนใจพบว่ามีบุคคลที่ได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมายและกำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา ซึ่งในส่วนนี้เมื่อพิสูจน์ได้ว่าเด็กไม่ได้มีสัญชาติไทยจริง ขั้นตอนแรกจะต้องดำเนินการเพิกถอนสถานะทางทะเบียนราษฎรและปฏิบัติตามสัญชาติดั้งเดิมของบิดามารดา อย่างไรก็ดี กรณีเหล่านี้ตนขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการตัดสิทธิไม่ให้คนกลุ่มนี้อยู่อาศัยในประเทศไทย โดยเด็กยังคงอยู่อาศัย เรียนหนังสือ หรือทำงานได้ตามกฎหมายไทยในอีกสถานะหนึ่งเพียงแค่จะไม่มีสัญชาติไทย แต่ถ้าหากในอนาคตมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ มีสัมมาชีพ มีที่อยู่ถูกต้อง หรือสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ก็สามารถยื่นขอสัญชาติตามช่องทางกฎหมายได้ ขณะเดียวกันในกลุ่มเด็กเล็กที่ไม่บรรลุนิติภาวะ ก็ได้ประสานกรมกิจการเด็กและเยาวชนเข้ามาสนับสนุนดูแลเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นประเด็นละเอียดอ่อน



           นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อไปว่า จากการจับกุมในครั้งนี้ พบว่าปัญหาการสวมสิทธิ์และการได้สัญชาติมาโดยมิชอบด้วยกฎหมายเป็นเรื่องที่ต้องขยายผลอีกเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นจากการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายจึงได้นำไปสู่การปรับเปลี่ยนระเบียบต่าง ๆ เพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมายอย่างรัดกุม เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะต้องมีการกำหนดให้เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจะเดินทางออกนอกประเทศต้องมีใบรับรองจากบิดามารดา ซึ่งนำไปสู่การจับกุมเคสพ่อทิพย์ที่ผ่านมา ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขต้องมีการกำหนดให้บิดามารดาโดยตรงเท่านั้นที่เป็นผู้ไปแจ้งเกิดต่อนายทะเบียน โดยไม่อนุญาตให้มีการมอบอำนาจอีกต่อไป นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ผลักดันข้อกฎหมายให้มีการตรวจ DNA ในทุกกรณีที่มารดาเป็นคนต่างด้าวและแจ้งมีบิดาเป็นคนไทย เพื่อใช้ผลทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำมาตัดโอกาสผิดพลาดและตัดการใช้วิจารณญาณของเจ้าหน้าที่ได้อย่างเด็ดขาด





 #เพิกถอนสัญชาติ



#พ่อไทยทิพย์ 

ข่าวทั้งหมด

X