หลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ยืนยันว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้แก่ ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา ต้องดำเนินการตามขั้นตอนและเงื่อนไขในสัญญาเดิม โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และเอกชนคู่สัญญาหารือเพื่อหาข้อยุติ หากไม่สามารถตกลงกันได้ ต้องใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อยุติข้อขัดแย้ง
นายอนุทิน ระบุว่า ในการประชุมครั้งนี้มีการหารือเรื่องการประกาศเขตเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก 4 เขต แต่ไม่ได้บรรจุเรื่องรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินไว้เป็นวาระพิจารณา โดยคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่ผูกพันกันอยู่ หากมีประเด็นขัดแย้งต้องพยายามเจรจาให้ได้ข้อสรุปก่อน แต่หากไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม โดยย้ำว่าต้องยึดสัญญาระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างเป็นหลัก
ด้าน นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ระบุว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เตรียมนำประเด็นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมรอบถัดไป ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงเดือน พ.ย.2569 อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะได้ข้อยุติหรือไม่
สำหรับ การผลักดันโครงการให้เดินหน้าต่อในทางปฏิบัติมีความยากลำบากมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์และเงื่อนไขต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปจากช่วงเริ่มต้นโครงการ โดยผลการศึกษาทางการเงินพบว่า โครงการไม่คุ้มทุน ส่งผลให้สถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อสำหรับการลงทุน แม้สำนักงานอัยการสูงสุด จะตรวจพิจารณาร่างสัญญาและระบุว่าสามารถแก้ไขสัญญาได้ตามกฎหมาย แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแก้ไขสัญญาเพียงอย่างเดียว เพราะหากเอกชนยังไม่สามารถจัดหาแหล่งเงินทุนได้ เนื่องจากธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ การปรับแก้เงื่อนไขในสัญญา ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้โครงการเดินหน้าต่อได้
ข่าวทั้งหมด