ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) จึงกำชับให้ปฏิบัติตามนโยบายและข้อสั่งการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วย กำชับ ชี้แจง และกวดขันเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในสังกัด ให้ถือปฏิบัติตามนโยบายและข้อสั่งการของ ผบ.ตร. อย่างเคร่งครัด โดยให้แต่งเครื่องแบบให้ถูกต้องตามระเบียบ ห้ามสวมหมวกคลุมศีรษะและใบหน้า ผ้าคลุมใบหน้าและลำคอ (โม่ง) หรือใช้อุปกรณ์อื่นใดในลักษณะที่ปิดบังใบหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ กรณีมีความจำเป็นต้องป้องกันฝุ่นละอองหรือแสงแดด ให้ใช้หน้ากากอนามัยและแว่นตาป้องกันแสงแดดแทนตามความเหมาะสม
เมื่อมีการเรียกตรวจผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจรหรือดำเนินการออกใบสั่ง ให้ถอดแว่นตากันแดดและหน้ากากอนามัยออกชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนสามารถมองเห็นใบหน้าและระบุตัวตนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติได้อย่างชัดเจน อันเป็นการสร้างความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือสั่งการถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาล, ตำรวจภูธรภาค 1-9 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่า กรณีดังกล่าวให้ยกเว้นการปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติภารกิจนำขบวน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความเร็วในการขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อป้องกันแรงปะทะของกระแสลมขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วบนทางพิเศษ อันอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่
โดยก่อนการออกใบสั่งให้ตรวจสอบประวัติการว่ากล่าวตักเตือนผ่านระบบ PTM ก่อนทุกครั้ง สำหรับกรณีที่มีการกระทำความผิดซ้ำ หรือมีความจำเป็นต้องดำเนินการออกใบสั่ง ให้พิจารณาใช้มาตรการปรับแบบขั้นบันได ตามลักษณะและพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด โดยคำนึงถึงความเหมาะสม ความได้สัดส่วน และความปลอดภัยของประชาชน
ทั้งนี้ ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร บังคับ กดดัน หรือกำหนดเงื่อนไขให้ผู้กระทำความผิดต้องชำระค่าปรับ ณ จุดตรวจ โดยให้แจ้งสิทธิ ขั้นตอน กำหนดระยะเวลาในการชำระค่าปรับ และช่องทางการชำระค่าปรับที่ถูกต้องตามกฎหมายแก่ประชาชนอย่างชัดเจน และห้ามเรียกรับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบโดยเด็ดขาด
ข่าวทั้งหมด