นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาวิกฤติอุทกภัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเร่งวางแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ ที่ประชุมได้วางแผนบริหารจัดการน้ำผ่านระบบคลองและแม่น้ำอย่างเป็นขั้นตอน เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ พร้อมประสานเปิดทางรับน้ำเพิ่มเติมในจุดที่เหมาะสม เพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด
ส่วนการบริหารจัดการน้ำภาพรวม กรมชลประทานจะทยอยปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ตามสถานการณ์ พร้อมประสานกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มช่องทางระบายน้ำในจุดที่เหมาะสม เพื่อลดปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่ตอนบน
สำหรับพื้นที่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ มีการเดินเครื่องสูบน้ำบริเวณสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิตอย่างเต็มกำลัง พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำ Hydroflow ที่ติดตั้งเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยระดับน้ำในคลองมีแนวโน้มลดลง ขณะที่คลองพระองค์ไชยานุชิตและแม่น้ำบางปะกงได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกงมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน
อัปเดตสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา 13 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น.
+++สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,813 ลบ.ม./วินาทีแนวโน้มลดลง
+++สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาทปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,900 ลบ.ม./วินาทระดับน้ำเหนือเขื่อน +16.02 ม.รทก.แนวโน้มลดลง
อัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำป่าสัก 13 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น.
+++เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรีปริมาณน้ำเก็บกัก 824 ล้าน ลบ.ม. (95%) ระบายน้ำ 279 ลบ.ม./วินาทีแนวโน้มลดลง
+++เขื่อนพระราม6 จ.พระนครศรีอยุธยาปริมาณน้ำไหลผ่าน 544 ลบ.ม./วินาทีแนวโน้มลดลง
แม่น้ำป่าสักไหลมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะไหลลงสู่สถานี C29B อ.สามโคก จ.ปทุมธานี (จุดวัดน้ำเจ้าพระยาก่อนไหลผ่านกรุงเทพฯ)ปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 1,944 ลบ.ม./วินาที (ควบคุมไม่เกิน 3,600 ลบ.ม./วินาที )
#กรมชลประทาน
#ลดระบายน้ำท้ายเขื่อน
แฟ้มภาพ
ข่าวทั้งหมด