วันนี้ (8 ตุลาคม 2569) เวลา 18.00 น. นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา เป็นประธานประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาวิกฤติอุทกภัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนบริหารจัดการน้ำ โดยมีผู้อำนวยการสำนักและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมประชุมผ่านระบบ Video Conference ไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ต่าง ๆ
สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานการณ์เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ (8 ตุลาคม 2569) เวลา 14.00 น. ที่สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 2,016 ลบ.ม./วินาที ทำให้กรมชลประทานสามารถทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ได้อีกครั้ง โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. วันนี้ จากเดิม 2,350 ลบ.ม./วินาที ทยอยลดลงเหลือ 2,300 ลบ.ม./วินาที ภายในเวลา 21.00 น. และจะคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่องตามแผน ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำเหนืออย่างใกล้ชิด
ด้านภาคตะวันออก กรมชลประทานเร่งเพิ่มกำลังระบายน้ำในแม่น้ำบางปะกง เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา โดยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำแล้ว 35 เครื่อง แบ่งเป็นจังหวัดฉะเชิงเทรา 26 เครื่อง และชลบุรี 9 เครื่อง พร้อมเตรียมติดตั้งเพิ่มอีก 40 เครื่อง บริเวณสะพานพระยาศรีสุนทรโวหาร อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงประสานกองทัพเรือเตรียมจุดติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมหากจำเป็น ขณะเดียวกัน ยังเตรียมเครื่องสูบน้ำ 16 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าอีก 39 เครื่อง ครอบคลุม 8 จังหวัดภาคตะวันออก เพื่อให้สามารถเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ทันทีหากฝนตกหนัก
ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และลุ่มน้ำสำคัญ กรมชลประทานได้เพิ่มกำลังสูบน้ำที่สถานีปากคลองรังสิตและสถานีจุฬาลงกรณ์ รวมอีก 16.5 ลบ.ม./วินาที เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในลุ่มน้ำท่าจีน 8 เครื่อง และลุ่มน้ำแม่กลอง 12 เครื่อง รวม 20 เครื่อง เพื่อช่วยให้น้ำไหลออกสู่ทะเลได้เร็วขึ้น ลดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยยังคงติดตามระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ภาคใต้ ได้เตรียมพร้อมรับฝนหนักช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคม โดยให้ทุกสำนักงานชลประทานในพื้นที่ตรวจสอบทางระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรให้พร้อมใช้งาน เตรียมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชน โดยเน้นพื้นที่ชุมชนเมือง พื้นที่ลุ่มต่ำ และจุดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ต้องติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
หากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำและต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถประสานมายังศูนย์ฯ เพื่อแจ้งปัญหาและความต้องการในพื้นที่ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนกรมชลประทาน 1460 หรือโทร. 02-583-3495
#สถานการณ์น้ำ
#การระบายน้ำ
#เขื่อนเจ้าพระยา
Cr:กรมชลประทาน
ข่าวทั้งหมด