8 ต.ค. 2569 จากนโยบาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการป้องกันและปราบปรามทุนเทา การใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ “นอมินี” ในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมาย รวมถึงการถือครองที่ดินและทรัพย์สินผ่านบุคคลหรือนิติบุคคลไทย โดยให้หน่วยงานของรัฐบูรณาการข้อมูลเพื่อขยายผลถึงผู้มีอำนาจควบคุม ผู้ได้รับประโยชน์ และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ
พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายกองเอก พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ อธิบดีกรมสรรพากร นายสมชาย ลีหล้าน้อย อธิบดีกรมที่ดิน นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกันแถลงข่าว ดีเอสไอ เปิดปฏิบัติการ “ยุทธรัฐ” ผนึกกำลังกว่า 10 หน่วยงาน ปักหมุดค้น 3 จุดใหญ่ในกรุงเทพฯ
จุดที่ 1 มูลนิธิชาบาดกรุงเทพ บริเวณเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พบคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ 3 ราย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน อันเป็นการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และเป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และดำเนินคดีนายจ้าง 1 ราย ในข้อหารับคนต่างด้าวทำงาน โดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน อันเป็นกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
จุดที่ 2 บริษัท กาน ชาบาด จำกัด บริเวณเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร พบพยานหลักฐานที่สำคัญ อาทิ เอกสารการจดทะเบียนมูลนิธิ/สมาคม เอกสารการรับบริจาคเงิน บัญชีรายชื่อสมาชิก เอกสารการซื้อขายที่ดินการก่อสร้างอาคาร การยื่นเสียภาษี การดำเนินกิจการของชาบาดเฮ้าส์ ใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร กิจการโรงแรมหรือที่พักแรม รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับนิติบุคคลที่มีการจดทะเบียนที่ตั้งสำนักงานแห่งเดียวกันกว่า 61 บริษัท ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีบุคคลกลุ่มเดียวกันปรากฏชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลหลายแห่ง ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวมีบุคคลที่ได้รับสัญชาติไทยจากการแปลงสัญชาติ
จุดที่ 3 ยิวสมาคมแห่งประเทศไทย บริเวณเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร พบต่างด้าวสัญชาติลาว จำนวน 2 ราย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน อันเป็นการกระทำผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และดำเนินคดีนายจ้าง 1 ราย ในข้อหา รับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน อันเป็นการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าทำการตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย จำนวน 3 จุดในพื้นที่ จังหวัดชลบุรี ในคดีพิเศษที่ 135/2569 กรณีกล่าวหาว่าการประกอบธุรกิจของบริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด กับพวกกระทำการหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และต่อมาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ บริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด ผู้ต้องหาที่ 1 ในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต” บุคคลสัญชาติอิสราเอล ในฐานะกรรมการบริษัท ผู้ต้องหาที่ 2 ในข้อหา “เป็นกรรมการหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำผิดหรือมิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น” และบุคคลสัญชาติไทย ผู้ต้องหาที่ 3 ในฐานะผู้ถือหุ้นในบริษัท ในข้อหา “เป็นผู้มีสัญชาติไทยให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว”ภายหลังการตรวจค้นจะนำข้อมูลพยานหลักฐานมาขยายผล และส่งให้หน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
กระทรวงยุติธรรมยืนยันว่า ประเทศไทยเปิดกว้างต่อคนต่างชาติที่เข้ามาพำนัก ลงทุน ประกอบธุรกิจ หรือดำเนินกิจกรรมโดยสุจริตและเคารพกฎหมายไทย แต่ความเปิดกว้าง รวมถึงสิทธิและกลไกที่กฎหมายไทยจัดให้ ต้องไม่ถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงกฎหมาย แสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศโดยมิชอบ หรือสร้างโครงสร้างที่นำไปสู่ความขัดแย้งและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
#กระทรวงยุติธรรม
#DSI
#ปฏิบัติการยุทธรัฐ
Cr:กระทรวงยุติธรรม
ข่าวทั้งหมด