วันที่ 6 ตุลาคม ที่จ.สงขลา พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จ.สงขลา เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการเตรียมความพร้อมป้องกันและรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 โดยมุ่งบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนให้ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ทุกจังหวัด ทั้งการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย การเตรียมกำลังและทรัพยากรช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนการเยียวยาฟื้นฟู โดยนำบทเรียนจากอุทกภัยหาดใหญ่ปี 2568 มาใช้ประกอบการวางแผนป้องกันล่วงหน้า
จุดแรก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะเดินทางไปยังประตูระบายน้ำหน้าควน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปจากนายสิทธิพร เพชรศรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา สำนักงานชลประทานที่ 16 กรมชลประทาน เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และแผนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทาน เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำหลากในปี 2569
จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ร่วมประชุม ณ มณฑลทหารบกที่ 42(มทบ.42) โดยมีผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานฝ่ายทหารที่เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์และหารือแนวทางเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในภาพรวมของภาคใต้
พล.ท.อดุลย์ เน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญคือการทำให้ทุกหน่วยงาน มองภาพสถานการณ์บนกระดานเดียวกัน โดยนำข้อมูลด้านสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝน การบริหารจัดการน้ำ พื้นที่เสี่ยงภัย และศักยภาพของแต่ละหน่วยงานมาพิจารณาร่วมกัน โดยเฉพาะการจัดแบ่งพื้นที่รับผิดชอบให้สอดคล้องกันระหว่างหน่วยงานที่มีเขตการปฏิบัติงานแตกต่างกัน เพื่อให้ทราบอย่างชัดเจนว่าแต่ละพื้นที่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบหลัก หน่วยงานใดสนับสนุน และสามารถประสานการปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์
'ข้าศึกของเราตอนนี้คือน้ำ'พร้อมย้ำว่ารัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยการลงพื้นที่จ.สงขลาครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเฉพาะการเตรียมรับมืออุทกภัยในจ.สงขลา แต่เป็นการวางแผนในภาพรวมของภาคใต้ทุกจังหวัด ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร โดยใช้กลไกการทำงานที่มีอยู่ของกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และภูมิภาค เชื่อมโยงกับการเตรียมความพร้อมของหน่วยทหารในแต่ละระดับ เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรการดูแลช่วยเหลือประชาชน รวมถึงมาตรการด้านการประกันภัยพิบัติ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม
เป้าหมายสำคัญของการหารือคือการทำให้ทุกหน่วยงานมีข้อมูลสถานการณ์ร่วมกัน มีพื้นที่รับผิดชอบและกลไกประสานงานที่ชัดเจน สามารถเตรียมความพร้อมและระดมทรัพยากรช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเป็นเอกภาพ โดยไม่ต้องรอให้เกิดภัยพิบัติก่อนจึงเริ่มวางแผน เพื่อให้สามารถลดความสูญเสียและนำความช่วยเหลือไปถึงพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงที่สุด
#เตรียมป้องกันน้ำท่วมภาคใต้
ข่าวทั้งหมด