นายกฯ กำชับ เงินเยียวยาล็อตแรก ถึงมือประชาชนสัปดาห์นี้-ปภ.โอนเงินให้ออมสิน 4,700 ล้านบาท

วันนี้, 09:59น.


          สถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย และการให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลประชาชนในพื้นที่ประสบภัย เร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยา และเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยมีรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง



       นายอนุทิน กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้มีการคาดการณ์ว่า จะมีฝนเพิ่มขึ้นในทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพมหานคร และจะมีฝนตกชุกถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาจะรายงานสถานการณ์ให้ทราบอย่างต่อเนื่องดังนั้น เมื่อมีฝนและปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น การระบายน้ำอาจไม่เป็นไปตามแผน จึงขอให้พื้นที่ใดที่สามารถเร่งระบายน้ำได้ ให้ดำเนินการทันที พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ทั้งปริมาณฝน ปริมาณน้ำเหนือ การระบายน้ำ และระดับน้ำทะเล ก่อนนำข้อมูลมาจัดทำเป็นแผนที่ที่เข้าใจง่าย เพื่อส่งต่อไปยังระดับอำเภอและชุมชน



          นายกรัฐมนตรี หากพื้นที่ใดจำเป็นต้องปรับแผน หรือต้องการเรือหรือเครื่องผลักดันน้ำ ขอให้แจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อประสานการสนับสนุน ขณะที่พื้นที่เสี่ยงขอให้ดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมเตรียมเส้นทาง ยานพาหนะ และแผนอพยพให้พร้อม และดูแลประชาชนจนกว่าจะสามารถกลับเข้าที่พักอาศัยได้อย่างปลอดภัย



          นายอนุทินยังได้กำชับกระทรวงสาธารณสุขให้ดูแลเรื่องเวชภัณฑ์และยารักษาโรค โดยเฉพาะยาสำหรับป้องกันและรักษาโรคที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์น้ำท่วม ให้กระจายไปยังพื้นที่ประสบภัยอย่างเพียงพอและทั่วถึง



       ส่วนพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลง ขอให้เร่งทำความสะอาด เก็บขยะ และฟื้นฟูระบบน้ำประปาทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้น้ำแห้งสนิท โดยเฉพาะการจัดเก็บขยะ ซึ่งกรุงเทพมหานครจะประสานกำหนดช่วงเวลาบิ๊กคลีนนิ่ง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการดำเนินงาน



       นายอนุทินยังย้ำเรื่องการจัดตั้งและดูแลศูนย์อพยพ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องบูรณาการการทำงานร่วมกับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อระดมทรัพยากรและเครือข่ายในพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่



นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อวานนี้ได้ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และพบว่ายังมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ จนต้องอพยพประชาชนเพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ขณะเดียวกัน น้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานานเริ่มเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น จึงจำเป็นต้องเร่งดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง



          “การทำงานร่วมกันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีเครือข่ายและทรัพยากรที่สามารถสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนได้ ขณะเดียวกันภาครัฐก็พร้อมให้การสนับสนุน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องบริหารจัดการและสนับสนุนเรื่องงบประมาณให้เพียงพอ”



          สำหรับจังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ว ขอให้เร่งดำเนินการใช้เงินทดรองราชการในที่ประสบภัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อดูแลประชาชนที่อยู่ในศูนย์พักพิงให้ได้รับความสะดวกและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่สามารถดำเนินการได้ พร้อมยอมรับว่า ศูนย์พักพิงไม่สามารถมีความสะดวกสบายได้เทียบเท่ากับการอยู่ที่บ้าน แต่ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น โดยเฉพาะห้องน้ำและห้องสุขา ซึ่งเมื่อมีประชาชนเข้าพักจำนวนมาก ย่อมทำให้ภาระในการดูแลและทำความสะอาดเพิ่มขึ้น



          จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่มีศูนย์พักพิง ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขอนามัย โดยเฉพาะห้องน้ำและห้องสุขา และหากสามารถดำเนินการได้ ขอให้พิจารณาจ่ายค่าตอบแทนพิเศษให้แก่เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานทำความสะอาด เพื่อสร้างแรงจูงใจและให้สามารถดูแลพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง



        นอกจากนี้ นายอนุทินได้ขอให้นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เร่งประสานและติดตามการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย หลังเปิดให้ลงทะเบียนแล้ว โดยขอให้เร่งตรวจสอบและดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถทยอยจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ได้ทันที



        นายอนุทินย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้การฟื้นฟูพื้นที่เสร็จสิ้นก่อนจึงจะจ่ายเงินเยียวยา หากตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารของผู้มีสิทธิเรียบร้อยแล้ว ให้ทยอยจ่ายตามลำดับ ไม่จำเป็นต้องรอให้ตรวจสอบครบทุกพื้นที่ โดยงบประมาณสำหรับการช่วยเหลือได้มีการจัดสรรไว้แล้วตั้งแต่ปี 2569 “ขอให้จ่ายตามคิว จ่ายทุกวันก็ไม่เป็นไร ขอให้ประชาชนได้รับเงินโดยเร็วที่สุด”



          ขณะที่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้โอนเงินจำนวน 4,700 ล้านบาท ไปยังธนาคารออมสินเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น หากชุมชนหรืออำเภอใดดำเนินการตรวจสอบและจัดทำข้อมูลเรียบร้อยแล้ว สามารถทยอยโอนเงินให้ประชาชนได้ทันที โดยนายกรัฐมนตรีได้ย้ำในที่ประชุมว่า ภายในสัปดาห์นี้ ขอให้เห็นการโอนเงินเยียวยาล็อตแรกถึงมือประชาชน



 #น้ำท่วม69

ข่าวทั้งหมด

X