นายกฯสั่งการ ไม่ต้องรอให้เกิด ประกาศเขตภัยพิบัติรับสถานการณ์ทันที

วันนี้, 05:29น.


          นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศ ผ่านระบบ Video Conferenceจากจังหวัดบุรีรัมย์  ซึ่งมีคณะรัฐมนตรี  หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม โดยที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  มีนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธ์  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ร่วมประชุม



          นายอนุทิน ได้เน้นย้ำ 4 ข้อสั่งการเร่งดำเนินการบริหารจัดการอุทกภัย ได้แก่



1. เร่งสำรวจความเสียหายและเยียวยาพี่น้องประชาชนให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบัน ทั้งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน บ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และสาธารณูปโภค พร้อมเร่งนำเสนอตามขั้นตอนการจ่ายเงินช่วยเหลือให้ถึงมือพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด ด้วยความถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงวันที่ 25-26 ก.ย. 69 เป็นต้นมา จะต้องรีบสำรวจความเสียหายเพื่ออนุมัติเงินเยียวยา 9,000 บาท โอนให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหายโดยเร็ว



2. เร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำลดให้กลับสู่สภาวะปกติ เร่งระบายน้ำ กำจัดขยะ และสิ่งปฏิกูล ทำความสะอาดบ้านเรือน และพื้นที่สาธารณะ ป้องกันปัญหาสาธารณสุขหลังน้ำลด และจัดทำแผน Big Cleaning เพื่อให้ประชาชนและสถานประกอบการกลับมาใช้ชีวิตและดำเนินกิจกรรมตามปกติได้โดยเร็ว



3. เร่งฟื้นฟูสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า ประปา ถนน ระบบสื่อสาร สัญญาณโทรศัพท์ ให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วครอบคลุมทุกพื้นที่ ดังเช่นปกติ



4. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมการรับมือผลกระทบจากฝนตกหนักที่กำลังจะเกิดขึ้นตามการพยากรณ์อากาศ โดยทบทวนแผนเผชิญเหตุเป็นรายพื้นที่ เร่งเตรียมทีมกู้ภัย เครื่องสูบน้ำ เรือ ศูนย์พักพิง และแผนอพยพกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ เชิงเขา และจุดที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก และติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา และ ปภ.อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าอย่างชัดเจน และทันเวลา



          พร้อมกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ที่มีแนวโน้มหรือคาดการณ์ว่าจะเกิดภัย ต้องใช้อำนาจในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ตามกฎหมายว่าด้วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พิจารณาประกาศเขตสาธารณภัยได้โดยไม่ต้องรอให้เกิดภัย พร้อมทั้งพิจารณาใช้จ่ายงบประมาณตามจริง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ระเบียบกำหนด เพราะตอนนี้พยากรณ์อากาศได้ระบุชัดแล้วว่าจะเกิดอะไร โดยเมื่อประกาศแล้ว ถ้าไม่ต้องใช้งบประมาณก็ไม่ใช้ แต่ไม่ใช่การรอให้เกิดเหตุอย่างเต็มที่แล้วค่อยประกาศ ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดการบริหารสถานการณ์ และลดความเสียหายของพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นายอนุทิน กล่าวย้ำ



          นายอนุทิน ยังได้สั่งการ ว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ซักซ้อมและทบทวนแนวทางการบริหารจัดการศูนย์พักพิงให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด โดยหยิบยก ศูนย์พักพิงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เมื่อครั้งสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็น ศูนย์พักพิงมาตรฐาน โดยเน้นย้ำ ศูนย์พักพิงชั่วคราวของประชาชนต้องไม่ใช่เพียงแค่ ที่ซุกหัวนอน แต่ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่ครบถ้วน ทั้งห้องน้ำห้องส้วม ชุดเครื่องนอน สบู่ แชมพู ยารักษาโรค อาหาร น้ำดื่ม พื้นที่สันทนาการ ฯลฯ โดยในส่วนของสัตว์เลี้ยง ต้องแยกเป็นสัดส่วน แต่หากพื้นที่ไม่เพียงพอ ให้แยกสัตว์เลี้ยงไว้ที่พักอาศัยแล้วจัดบุคลากรไปดูแลให้ประชาชน ขณะที่ในด้านการสาธารณสุข ต้องจำแนกกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง แล้วแยกไปให้บุคลากรทางการแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยหากผู้ป่วยสามารถอยู่ที่ศูนย์พักพิงได้ จะต้องจัดพื้นที่สำหรับดูแลแยกจากประชาชนทั่วไปตามมาตรฐานสาธารณสุข



          นอกจากนี้ นายอนุทิน ได้สั่งการนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง รวมถึงนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ได้ซักซ้อมแนวทางการสำรวจความเสียหายเพื่อเบิกค่าสินไหมตามกรมธรรม์ประกันภัยแห่งชาติ ร่วมกับรองปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยเร็ว เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด



          ในการแถลงข่าวของศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม นายวิษณุ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมระบบระบายน้ำ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างเร่งระบายน้ำในพื้นที่ด้านตะวันออก โดยเฉพาะเขตมีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง สายไหม และลาดกระบัง สำหรับการปฏิบัติการเร่งด่วนในขณะนี้ มุ่งเน้นการกู้คืนพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมา สามารถลดระดับน้ำในพื้นที่ลงได้ประมาณ 30-60 เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม ถนนในพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังประมาณ 20-30 เซนติเมตร ส่งผลให้การสัญจรยังไม่สะดวก



         สำหรับพื้นที่มีนบุรี หนองจอก ประเวศ และสะพานสูง ซึ่งยังมีระดับน้ำสูง กรุงเทพมหานครได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเรือผลักดันน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำเข้าสู่คลองและผลักดันออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมปรับเพิ่มการเปิดบานประตูระบายน้ำคลองแสนแสบจากเมื่อวาน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่



          ส่วนพื้นที่สายไหมออเงิน ยังคงมีน้ำท่วมขังในชุมชนบางแห่ง ประกอบกับกรุงเทพมหานครได้เปิดรับน้ำจากจังหวัดปทุมธานีผ่านคลองหกสายล่างเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกัน ประตูระบายน้ำบางจุดมีปัญหา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำที่ต้องเร่งระบายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครสามารถควบคุมระดับน้ำในพื้นที่ด้านในไม่ให้ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยได้เพิ่มเครื่องสูบน้ำและเรือผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบาย คาดว่าสถานการณ์ในพื้นที่สายไหมออเงินจะคลี่คลายภายในประมาณ 2 วัน



                สำหรับการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐ ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. เป็นต้นมา โดยทยอยเปิดระบบตามพื้นที่ที่มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ จึงอาจทำให้ในช่วงแรกบางพื้นที่ยังไม่สามารถลงทะเบียนได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการทยอยเปิดระบบ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบสามารถเปิดให้ลงทะเบียนได้ครบทั้ง 65 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่รับการช่วยเหลือ รวมถึงกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขตแล้ว



ข้อมูล ณ เวลา 08.30 น. วานนี้ มีประชาชนลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วมผ่านระบบ ทางรัฐ แล้วทั้งสิ้น 851,547 ราย โดยกรุงเทพมหานครมีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด 371,775 ราย รองลงมา ได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการ 122,786 ราย จังหวัดปทุมธานี 105,525 ราย และจังหวัดฉะเชิงเทรา 34,604 ราย ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครและ ปภ. จะเร่งดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาการช่วยเหลือตามขั้นตอน เพื่อให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว



 



 

ข่าวทั้งหมด

X