ทบ.ระดมกำลังพลกว่า 4,000 นาย-ตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า เขตบางกะปิ-ลาดกระบัง เร่งคลี่คลายสถานการณ์

วันนี้, 11:06น.


          พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากการติดตามและสรุปสถานการณ์การบรรเทาสาธารณภัยของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก (ศบภ.ทบ.) แม้ขณะนี้ระดับน้ำบนถนนสายหลักหลายจุดเริ่มลดลงและสามารถเปิดการจราจรได้แล้ว แต่บางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังในระดับสูง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำและแนวคลองสายหลักที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะที่บางพื้นที่ในภาคกลางและภาคตะวันออกมีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น



           จากสถานการณ์ดังกล่าว ศบภ.ทบ. ได้อำนวยการและประสานการปฏิบัติกับ ศบภ.ทภ.1 หน่วยทหารในพื้นที่ และ ศอ.จอส.พระราชทาน ภาค 1 เพื่อติดตามสถานการณ์และปรับการใช้กำลังพลและทรัพยากรให้เหมาะสมกับความเร่งด่วน โดยขณะนี้ได้ระดมกำลังพลกว่า 4,000 นาย พร้อมยานพาหนะ 288 คัน เรือยางอัดลมและเรือท้องแบนรวม 20 ลำ รถครัวสนาม 9 คัน และโดรน 2 ระบบ กระจายเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยง พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง



           สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังมีน้ำท่วมขังสูง กองทัพบกได้เพิ่มการช่วยเหลือและจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.สน.) เพื่ออำนวยการ ประสาน และบูรณาการการปฏิบัติร่วมกับ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมอบให้ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) รับผิดชอบพื้นที่เขตบางกะปิ และกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) รับผิดชอบพื้นที่เขตลาดกระบัง เพื่อให้การอำนวยการและช่วยเหลือประชาชนในแต่ละพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว



           ในพื้นที่เขตบางกะปิ โดยเฉพาะบริเวณการเคหะคลองจั่น พล.1 รอ. ได้จัดกำลังพลและยานพาหนะเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขัง สนับสนุนการรับ–ส่งประชาชนและกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนลำเลียงอาหารปรุงสุก น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าสู่ชุมชน



           เขตลาดกระบัง โดยเฉพาะชุมชนเคหะร่มเกล้า ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังสูง พล.ม.2 รอ. ได้เสริมกำลังพล พร้อมเรือท้องแบนและรถบรรทุกยกสูง เข้าช่วยเคลื่อนย้ายและรับ–ส่งประชาชน รวมถึงร่วมกับจิตอาสาพระราชทานนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าไปแจกจ่ายในชุมชน เพื่อดูแลประชาชนที่ยังพักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ในช่วงที่การสัญจรยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก



           สำหรับพื้นที่ปริมณฑล โดยเฉพาะจังหวัดปทุมธานี แม้ระดับน้ำบนถนนสายหลักบางช่วงลดลง แต่พื้นที่ลุ่มต่ำและแนวริมแม่น้ำยังต้องเฝ้าระวัง โดยหน่วยทหารได้สนับสนุนการเสริมแนวกระสอบทรายในพื้นที่ อ.สามโคก เพื่อป้องกันน้ำเข้าพื้นที่ชุมชน



           ด้านจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ หน่วยทหารได้จัดกำลังและยานพาหนะสนับสนุนการเดินทาง ขนย้ายประชาชนและสิ่งของ พร้อมจัดชุดเสนารักษ์ให้บริการทางการแพทย์เบื้องต้น ขณะที่พื้นที่เสี่ยงอื่น ๆ ยังคงจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังสถานการณ์ และพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง



           ขณะเดียวกัน กองทัพบกยังติดตามพื้นที่ที่มีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้นในภาคกลางและภาคตะวันออกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ชลบุรี ปราจีนบุรี นครนายก และสระแก้ว รวมถึงพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดอ่างทอง และพื้นที่น้ำท่วมขังในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยหน่วยทหารในแต่ละพื้นที่ได้เตรียมกำลังพล รถบรรทุก เรือ และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีตามสถานการณ์



           ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้กำชับทุกหน่วยติดตามสถานการณ์และประเมินพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด เตรียมกำลังพล ยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที พร้อมเน้นย้ำความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพล โดยเฉพาะอุบัติเหตุและอันตรายจากกระแสไฟฟ้าในพื้นที่น้ำท่วม รวมถึงตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ก่อนเข้าปฏิบัติภารกิจทุกครั้ง



 



#กองทัพบกช่วยน้ำท่วม



Cr:กองทัพบก

ข่าวทั้งหมด

X